[KnB] In Between of Parallel Sky IV [End]

posted on 22 Feb 2013 00:22 by sugarpott in FanFiction directory Fiction, Cartoon

Kuroko no Basket Fiction
Title : In Between of Parallel Sky 
Chapter : IV (END)
Pairing : Aomine x Kise
Rate : NC-18
 
 
เนื่องจากดองนาน คิดว่าหลายๆคนคงลืมว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไงไปแล้ว(//ก้มกราบ)
แนะนำให้อ่านไล่ใหม่ตั้งแต่ตอนแรกเพื่อความต่อเนื่องค่ะ(แหะ~)



-----------------------------







คนเราจะสามารถรักคนคนนึงได้มากแค่ไหน?







บานประตูปิดลงพร้อมๆกับริมฝีปากที่แนบลงมา  มือสีแทนสอดเข้าใต้เรือนผมสีทอง  เรียวลิ้นแทรกเข้ามาในโพรงปากขยับเคลื่อนไหวอย่างโหยหา  การจู่โจมที่กระทันหัน  ริมฝีปากร้อนกดจูบแนบแน่นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้สมองพร่าเบลอ  ที่อึ้ออึงในหูคือเสียงหัวใจที่ดังอยู่ในอกสะท้อนปะปนจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร 


“อึก...อืม...”


ลมหายใจสั่นไหวไม่ต่างจากนิ้วมือของคิเสะที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนเสื้อสูทสีเข้มเต็มนั้นไปด้วยความสับสน  อาโอมิเนะขยับเปลี่ยนองศาเพื่อที่จะได้สามารถตักตวงความหอมหวานจากอีกฝ่ายได้มากขึ้นกว่านี้  เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นขณะที่มืออีกข้างป้ายปะสัมผัสไปทั่วทั้งตัวของคิเสะ 


มากกว่านี้...



“อ..อาโอมิเนจจิ”


เนคไทด์หล่นไปกองกับพื้นแทบจะพร้อมกับเสื้อสูทต่างสีทั้งสองตัวที่ถูกปลดออกจากร่างของคนทั้งคู่  เสียงที่เต้นหนักหน่วงอยู่ในอกกับอุณหภูมิในร่างที่สูงขึ้น  แผดเผาจนดวงตาพร่าเลือน  แต่ถึงกระนั้นอาโอมิเนะก็ยังมองเห็น...ความสับสนที่มีมากพอๆกับความหวั่นไหวในดวงตาสีน้ำตาลทอง  บนผิวแก้มขาวขึ้นสีจัดที่เขาเคยทำร้าย  เพียงปลายนิ้วสัมผัสกลับเรียกอาการสะดุ้งจากอีกฝ่าย  อาโอมิเนะไล้ฝ่ามือแผ่วเบา


คิเสะ


ริมฝีปากแนบลงราวกับกระซิบคำขอโทษ  เพียงเท่านั้นหยดน้ำตาก็ร่วงหล่น  คิเสะหลับตาลงเมื่อริมฝีปากร้อนแตะลงบนเปลือกตา  เสียงหัวใจเต้นระรัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเคยบอกอีกฝ่าย...


ผมกำลังตกหลุมรักคุณ


อาโอมิเนะไล้ริมฝีปากจากเปลือกตาผ่านมายังผิวแก้มก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก เรียวลิ้นแทรกผ่านกลีบปากนุ่มที่เผยอออกอย่างเต็มใจ เสื้อเชิร์ตหลุดออกจากร่าง ฝ่ามือกร้านสีแทนไล้ผ่านลาดไหล่ แผ่นอก เรื่อยมาจนถึงช่วงท้องราบเรียบก่อนที่นิ้วมือจะเกี่ยวเส้นเข็มขัดให้หลุดจากหัวสีเงิน


มากกว่านี้...


“ย...อาโอมิเนจจิ...”


ร่างสองร่างแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง  ได้ยินเสียงหอบหายใจปะปนกับเสียงครางแผ่วหวาน  สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่รุ่มร้อน  หนักหน่วง  แต่ถึงกระนั้นกลับเต็มไปด้วยการหยอกล้อกลั่นแกล้งไม่ให้ถึงจุดหมาย  คิเสะเม้มริมฝีปากแดงช้ำเข้าหากันแน่น  พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ส่งเสียงใดๆ  เขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าตัวเองจะไม่เผลอเรียกร้องออกมา 


มากกว่านี้... 


ปลายนิ้วที่จิกลงบนท่อนแขนของอาโอมิเนะ  สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมาน ดวงตาสีน้ำตาลทองเต็มไปด้วยความปรารถนาทว่าไม่กล้าแม้แต่จะกอดตอบ  ความเป็นจริงที่ทำให้อาโอมิเนะกระชับอ้อมแขนที่โอบรัดเอวสอบของอีกฝ่ายเข้าหาตัวแน่นขึ้น 

คิเสะผวาเยือกเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่กดแทรกเข้ามา  ขณะที่เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วข้างใบหู  “...อย่าเกร็ง”  ริมฝีปากที่แนบลงบนใบหูแผ่วเบาทำให้คิเสะพยายามผ่อนลมหายใจ  แม้นิ้วที่แทรกลึกขึ้นจะทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจลำบาก  จนกระทั่งตอนนี้คิเสะก็ยังคิดว่าตัวเองกำลังฝัน  หากความรู้สึกเจ็บที่แล่นปลาบจากช่องทางเบื้องหลังบอกเขาว่านี่คือความจริง


“อ...อาโอมิเนจ...จิ...”


ลมหายใจผ่อนยาวและช่องทางที่ปรับตัวรับกับสัมผัสของเขาได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้อาโอมิเนะรู้สึกร้าวขึ้นมาในอก ...กับความจริงที่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอีกฝ่าย  ทั้งที่คิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้  ทั้งที่ในหัวยังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย 

แต่เพียงแค่คิเสะอยู่ตรงหน้าเขา  เพียงเสี้ยวนาทีที่มองสบประกายสะท้านไหวที่ฉายชัดในดวงตาสีน้ำตาลทองและแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ  คำถามทั้งหมดทั้งมวลไม่มีความหมายอีกต่อไป

หยดน้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาสีน้ำตาลทองพร้อมๆกับความอดทนที่สิ้นสุดลง 


“!!!!!?”


คิเสะกระตุกเฮือกเมื่ออาโอมิเนะสอดใส่เข้ามาพร้อมรั้งตัวเขาเข้าสู่อ้อมกอดแน่น  เสียงหอบหายใจขาดช่วงระรินอยู่ข้างใบหู  อาโอมิเนะกดริมฝีปากลงบนขมับอีกฝ่ายปลอบประโลมก่อนจะฝังจมูกลงกับเส้นไหมสีทองนุ่ม

กลิ่นหอมอ่อนที่ทิ้งตัวอยู่เบาบาง  ไม่ว่าจะบนเตียงที่นอน  เสื้อผ้าของเขาที่ให้คิเสะยืมยามมาค้าง  สัมผัสที่ติดตรึงแม้ในเวลาที่หลับตา



ทำไมที่ผ่านมาฉันถึงคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องมีนายไปได้กัน...?




“อ...อาโอ..มิเน...จ....”



เสียงที่เรียกชื่อเขาทั้งอ่อนหวานและน่าสงสารในคราวเดียวกัน  หากแต่ว่า...


“โทษที...แต่ชั้นไม่คิดว่าจะควบคุมตัวเองได้...”


สิ้นคำร่างสูงกว่าของอาโอมิเนะก็เริ่มขยับ...เนิบช้าทว่าหนักหน่วง  เสียงหอบครางดังประสานตามจังหวะที่เคลื่อนไหว  ทุกครั้งที่อาโอมิเนะกระทั้นกายเข้าไปจะเรียกเสียงกรีดครางให้ดังขึ้น  เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงที่เปียกชื้นจากช่องท้างเบื้องหลังฟังดูหยาบโลน  หากไม่มีใครมีความคิดจะหยุดมัน

แก่นกายร้อนผ่าวแทรกลึกกับจังหวะเคลื่อนไหวที่รัวเร็วทำให้ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้าง  ใบหน้าสมบูรณ์แบบติดจะสวยงามของคิเสะที่สะบัดไปด้านหลังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์  ผิวขาวระเรื่อสีจัด  ดวงตาฉ่ำเยิ้มที่สะท้อนเพียงภาพของเขาทำให้อาโอมิเนะกดจูบลงบนริมฝีปากที่ส่งเสียงครางหวานนั้นอย่างล้ำลึกและลุ่มหลง


“อะ...อา...อาโอมิเนจ...จิ..ฮื่อ! อือ...อาโอ..มิเนจจิ...”



ปลายเท้าจิกเกร็งในอากาศ  สะโพกขยับตอบรับกับความเป็นชายของอาโอมิเนะที่กระทั้นเข้ามาอย่างไม่มีความยับยั้งชั่งใจ  จังหวะถี่กระชั้นหนักหน่วงบอกกับคิเสะว่าอีกฝ่ายกำลังจะถึง  เช่นเดียวกับตัวเขาที่ผวากอดรอบคออาโอมิเนะแน่น  เสียงหอบหายใจคำรามต่ำกับฟันคมที่ขบลงบนใบหู 


“คิเสะ....คิเสะ....”


ดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำที่จับจ้องตรงมา  ที่เสียงทุ้มต่ำเรียกออกมาเป็นชื่อของเขายิ่งทำให้คิเสะสูญเสียการควบคุม  ริมฝีปากแดงช้ำกรีดคราง  เรียกร้องออกมา  ลืมเลือนความกระดากอายไปหมดสิ้น


“อ่ะ...อ๊ะ! ฮะ!! อ...อีก... แรง...อึก!...อีก”


ถ้อยคำที่ทำให้อาโอมิเนะกัดฟันกรอด  มือใหญ่กระชับสะโพกอีกฝ่ายแน่นก่อนจะรั้งเข้าหาร่างตนด้วยจังหวะที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม


“อา!!!!!!!!!!”


“คิเสะ...”


“อะ...อือ?”


“อย่า...ยั่ว”


“อ๊ะ!!!!!!”


ฟันคมขบลงบนต้นคอพร้อมกับจังหวะที่ขยับเคลื่อนไหวจนทั้งร่างสั่นคลอน  คิเสะกรีดครางลั่นก่อนจะปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกับที่รู้สึกถึงของเหลวอุ่นจัดที่เอ่อล้นออกจากช่องทางเบื้องหลัง  ได้ยินเสียงจังหวะหัวใจดังก้องในหู ในขณะที่ยังไม่อาจปรับลมหายใจให้เป็นปกติได้  ริมฝีปากร้อนก็กดจูบลงมา  เรียวลิ้นสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก  ตักตวงความหวานอย่างไม่รู้จักพอ 

ลิ้นที่ขยับเกี่ยวกระหวัดทำให้คิเสะรู้สึกมึนงง...เมามาย  รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อแผ่นหลังแตะลงบนเตียงที่กรุ่นด้วยกลิ่นอายของอาโอมิเนะ  ริมฝีปากร้อนละออกเพียงนิด  ใบหน้าขาวร้อนจัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำและแฝงไปด้วยความต้องการครอบครองที่รุนแรงของอีกฝ่าย  ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำจะกระซิบชิดริมฝีปากของเขา




“เป็นของชั้น...อีกครั้ง...”





แล้วฝ่ามือสีแทนร้อนจัดก็จับเรียวขาขาวแยกออก...





.










.






'….เนจจิ....อาโอมิเนจจิ'





นัยน์ตาสีน้ำเงินปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่อช้า  หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อแสงจัดที่ส่องลอดช่องว่างของผ้าม่านแยงเข้าตา  น้ำหนักที่ทับอยู่บนท่อนแขนข้างหนึ่งทำให้อาโอมิเนะหันมอง  เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่มองสบเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลทองที่ช้อนมองขึ้นมา  ริมฝีปากสีอ่อนวาดขึ้นเป็นรอยยิ้ม


'อรุณสวัสดิ์...อาโอมิเนจจิ'


เพียงชั่วพริบตาหลงเหลือเพียงที่นอนยับย่นและธาตุอากาศ  บนท่อนแขนสีแทนที่วางทอดยาวว่างเปล่า  อาการวูบโหวงจู่โจมเข้ามาอย่างกระทันหันและรุนแรงจนในอกชาหนึบ

รอยขาวขุ่นบนผ้าปูที่นอนสีเข้ม  รอยจิกของเล็บที่ฝังลงมา  รอยขบกัดที่หลงเหลือบนท่อนแขนและแผ่นอกหนาย้ำเตือนว่าที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน 



...บางทีเขาคงจะเผลอลืมเลือนไปว่าความเป็นจริงนั้นร้ายกาจเพียงใด



มือใหญ่ยกขึ้นเสยเรือนผมสั้นสีน้ำเงินของตนช้าๆ  เสียงหัวเราะที่ถูกเค้นออกมาจากลำคอฟังดูแหบแห้ง  อาโอมิเนะไม่รู้ว่าตัวเองควรจะรู้สึกแบบไหน  แสงของเช้าวันใหม่สดใสเสียจนเขานึกรังเกียจ  -  -  อาโอมิเนะนอนทอดสายตามองบนเพดานสีหม่น....เนิ่นนาน... ก่อนจะตัดสินใจลุกขึ้นจากที่นอนเมื่อนึกขึ้นได้ว่าเสื้อผ้าถูกถอดทิ้งไว้อย่างระเนระนาดแค่ไหน

เรียวขายาวในกางเกงนอนสีเทาก้าวไปถึงประตูห้องนอน  มือใหญ่จับลูกบิดประตูหมุดเปิดออก  พร้อมๆกับร่างโปร่งของคิเสะในเสื้อยืดคอกลมและกางเกงขาสั้นของเขาปรากฎสู่สายตา  มือเรียวยกค้างในระดับเดียวกับลูกบิดประตู  นัยน์ตาที่เบิกกว้างเป็นของเขา  ในขณะที่สีหน้าเอ๋อเหรอเป็นของคิเสะ  แต่ก่อนที่อาโอมิเนะจะทันได้พูดอะไร  อีกฝ่ายก็ยกมือขึ้นเกาแก้มพร้อมหัวเราะเสียงแห้ง  ใบหน้าขาวขึ้นสีจัดเมื่อเหลือบมองแผ่นอกสีแทนเปลือยเปล่า


“เอ่อ...ชั้นพึ่งทำมื้อเช้าเสร็จเลยว่าจะมาเรียก...”


“......”




“อาโอมิเนจ....!!!!!!!?”




อาโอมิเนะคว้าอีกฝ่ายเข้ามากอดแน่นก่อนจะฝังจมูกลงกับต้นคอขาว  อาการสะดุ้งน้อยๆของคิเสะทำให้อาโอมิเนะกระชับอ้อมแขนแน่นขึ้น  รู้สึกถึงเสียงหัวใจที่เต้นรัวในอกของอีกฝ่าย  อาโอมิเนะเพียงแค่หลับตาลง  กดริมฝีปากลงบนแอ่งชีพจนบนต้นคอ  ริมฝีปากสีเข้มพึมพำเป็นชื่อของคิเสะซ้ำๆ

เพียงเท่านั้นขอบตาของคนที่ถูกเรียกชื่อก็ร้อนผ่าว  คิเสะได้แต่ปล่อยให้หยดน้ำตารินหลั่งอย่างไม่อาจควบคุม...  เขาไม่เคยได้ยินอาโอมิเนะบอกว่ารัก  แม้จะโหยหาเพียงใดแต่ก็ไม่เคยกล้าคาดหวังให้อีกฝ่ายต้องการเขา  ดังนั้นเมื่อยามที่ถูกตะคองกอดราวกับเป็นของสำคัญ  คิเสะจึงไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไร



“ชั้น....ฝันถึงนาย”




ถ้อยคำที่ทำให้คิเสะชะงักงัน  อาโอมิเนะสูดลมหายใจเข้าลึก  รู้สึกเสียงหัวใจที่เต้นหนักเป็นจังหวะสม่ำเสมอในอกที่เป็นของตน  มือใหญ่ข้างหนึ่งไล้ผ่านเส้นกระดูกสันหลังลงสู่ขอบกางเกงทำให้คิเสะสะดุดลมหายใจ  ปลายนิ้วที่ป้ายปะเหนือสะโพกทำให้ส่วนกลางสำตัวร้อนวูบ  คิเสะรู้สึกว่าตัวเขากำลังผิดเพี้ยนไปเพราะคนตรงหน้า


“ความทรงจำกับความเป็นจริง...ทับซ้อน  ชั้นรู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะเป็นบ้า....”


ฝ่ามือลากวนมาที่ส่วนหน้า  แตะสัมผัสแผ่วเหนือช่วงท้องน้อยให้คิเสะเผลอเบียดตัวเข้าหาอีกฝ่าย 



“คิเสะ...”



พลันฝ่ามือล้วงเข้าไปในกางเกงขาสั้น  แตะต้องส่วนกลางลำตัวเรียกอาการสะดุ้งจากร่างในอ้อมแขน  ลมหายใจหอบกระชัน  นัยน์ตาสีน้ำตาลทองที่เอ่อคลอด้วยหยดน้ำตาเต็มไปด้วยความสับสน  คิเสะเม้มริมฝีปากเข้าหากันก่อนจะหลุบตาลง  เมื่อไร้คำตอบฝ่ามือร้อนจึงเริ่มขยับ  ใบหน้าสวยสะบัดขึ้นขณะที่เรียวขายาวบดเบียดเข้าหากันสั่นระริก


“ม...อ่ะ!”


“อย่าหายไปไหนอีก”


ริมฝีปากร้อนคลอเคลียอยู้ข้างผิวแก้ม  และฝ่ามือที่ชักนำบีบเค้นทำให้หัวสมองว่างเปล่า  คิเสะคงตอบตกลงไปแล้วหากไม่ใช่เพราะ....


“ต...แต่ อาโอมิเน...จจิ...อ่ะ!! บอก...” ว่าขยะแขยงไม่อยากแตะต้องชั้น


ถ้อยคำที่ทำให้อาโอมิเนะหลับตาลง...




.






.





คนเราจะสามารถรักคนคนนึงได้มากแค่ไหน?





“นายยังชอบท้องฟ้าเพราะมันเป็นสีฟ้าอยู่รึเปล่า?”



ถ้อยเสียงทุ้มลึกที่ทำให้คิเสะจ้องมองกลับมาด้วยดวงตาที่เบิกกว้างและสั่นไหว


“อ...อาโอ...”


“ตอบสิ”


ไม่ใช่คำสั่ง  กระแสเสียงที่ออกจากปากอาโอมิเนะทอดอ่อนคล้ายกำลังอ้อนวอน  นัยน์ตาสีน้ำเงินลึกล้ำที่จ้องตรงมาทำให้คิเสะหลับตาลง....


ไม่ว่าจะเมื่อไหร่  ฝ่ายที่ถูกเอาเปรียบก็มีแต่เขา
เขาที่เอาแต่เข้าข้างตัวเองอยู่แบบนี้


เสียงหัวใจหนักๆทำให้ในอกชาหนึบ  กับคำตอบที่ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็ยังมีเพียงหนึ่งเดียวเสมอมา... 
คิเสะสูดลมหายใจเข้าลึก  ริมฝีปากสั่นระริกค่อยๆเอ่ยออกมาเป็นคำตอบ



“ไม่ได้ชอบหรอก...ชั้น 'รัก' ต่างหาก”



สิ้นคำตอบริมฝีปากสีเข้มก็ทาบลงมาบนกลีบปากสีอ่อนแผ่วเบา  นุ่มนวล  ทะนุถนอม  ก่อนจะละออก  อาโอมิเนะไล้ปลายนิ้วแผ่วเบาที่ข้างแก้มของอีกฝ่าย  ก่อนจะยิ้มออกมาบางๆ 



“แค่นั้นก็พอ...”



นัยน์ตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้างอย่างไม่เชื่อทั้งสายตาและสิ่งที่ได้ยิน  แต่ก่อนที่อาโอมิเนะจะทันได้พูดอะไรออกไปมากกว่านั้นฝ่ามือเรียวก็ตบเข้าที่ใบหน้าของตนดังฉาด!!


“เฮ้ย!!! นายทำบ้าอะไรของนาย! เสียสติไปแล้วหรือไง!!!!!?”


“จ...เจ็บ...”


“ก็ต้องเจ็บอยู่แล้วสิ ไอ้บ้ามาโซฯนี่!!!” 


รอยแดงเป็นปื้นที่ข้างแก้มขาวทำให้อาโอมิเนะไม่รู้ว่าควรจะกุมขมับหรือถอนหายใจกับอาการผีเข้าผีออกของอีกฝ่ายดี  แต่สุดท้ายก็ได้แค่ลากคนที่ทำร้ายตัวเองไม่มีปี่มีขลุ่ยเข้ามานั่งในห้องพร้อมหาผ้าและน้ำแข็งมาประคบให้  ในขณะที่กำลังคิดหาคำพูดมาสั่งสอนอีกฝ่ายอยู่นั้น  คิเสะก็พึมพำขึ้นมา




“ไม่ใช่ความฝันล่ะ...”



หยดน้ำตาที่ร่วงหล่นบนหลังมือทำให้อาโอมิเนะหยุดทุกการกระทำแล้วดึงอีกฝ่ายเข้ามากอดไว้  เช่นเดียวกับที่เรียวแขนขาวที่ยกขึ้นกอดตอบเขาแน่นอย่างไร้ความลังเล  เป็นอาการที่เรียกรอยยิ้มขึ้นบนใบหน้าของอาโอมิเนะได้อย่างไม่ยากเย็น  คิเสะสะอื้นฮั่กพลางร้องเรียกอาโอมิเนจจิ  อาโอมิเนจจิซ้ำๆ






.








.








แค่นั้นก็เพียงพอแล้ว....











.













.







“กว่าจะได้กินมื้อเช้าเลยปาเข้าไปเที่ยงเลย”



คิเสะเอ่ยขณะที่ยกกระทะลงจากเตา  แล้วตักเบคอนที่นำไปอุ่นอีกครั้งหลังจากทิ้งไว้จนเย็นชืดลงบนจานที่มีไข่ดาวสีสวยวางแปะอยู่ก่อนหน้าแล้ว


“เพราะใครสักคนเอาแต่ร้องไห้งอแงเป็นเด็กไม่เลิกซักทีนั่นแหละ”


ถ้อยคำเหน็บแนมที่ทำให้คิเสะอยากจะแย้งกลับไปซะเหลือเกินว่าไม่ใช่เพราะอาโอมิเนะหรือไงที่เป็นตัวต้นเหตุ  แต่ถ้าเริ่มเดี๋ยวจะกลายเป็นเถียงกันไม่จบไม่สิ้นซะที  เขาไม่อยากให้เป็นแบบนั้นทั้งที่พึ่งจะ...คืนดี? กันหรอกนะ  ได้ยินเสียงก๊องแก๊งเบาๆดังจากด้านหลัง  เมื่อหันไปดูก็เจออาโอมิเนะที่เดินเข้ามาพร้อมถ้วยกาแฟ


“อาโอมิเนจจิดื่มกาแฟตอนเช้าด้วยหรอ?”


คนถูกถามเพียงแค่รับคำในลำคอ  ขณะที่ยกแก้วกาแฟขึ้นจิบ  ปลายหางตาคอยเหลือบมองปฏิกิริยาของคิเสะที่มองมาเป็นระยะ  สีหน้าอีกฝ่ายดูบิดเบี้ยวเล็กน้อยไม่ต่างจากตอนที่พวกเขาไปนั่งเล่นที่คาเฟ่กันเมื่อสมัย ม.ต้น  คิดได้ดังนั้นอาโอมิเนะก็หรี่ตาลงพร้อมกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก


“นายอยากลองชิมสักหน่อยไหมล่ะคิเสะ?”


ไม่ว่าเปล่า  มือใหญ่ส่งแก้วกาแฟเข้าไปชิดริมฝีปากของคิเสะที่เงยหน้าขึ้นมองเขา  นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหลุบมองแก้วกาแฟตรงหน้าก่อนจะขยับยิ้มออกมา - - คิเสะยกมือขึ้นประคองที่ข้างแก้วอุ่น  และอาโอมิเนะรู้ว่าอีกฝ่ายจงใจให้ปลายนิ้วขาวนั้นแตะโดนมือของเขา  คิเสะไล้นิ้วบนหลังมืออาโอมิเนะแผ่วเบาก่อนจะเอ่ยตอบ





“ก็ได้...แต่นายต้องจูบนะ”





.










.






====== END ======



//จุดพลุ!!!!!!


ในที่สุดมันก็จบแล้วค่ะ!!!!!!!!!!! (น้ำตาไหล)
ฉากเรทเป็นอะไรที่กินพลังงานชีวิตมาก  ไม่ได้เขียนนาน(มากถึงมากที่สุด) ถ้าติดขัด
ไม่ลื่นไหลอย่างไรก็ขออภัยไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ

เนื่องจากเรื่องนี้เป็นฟิคที่แต่งตามอารมณ์ล้วนๆเลยแอบคิดอยู่นานว่าจะจบยังไงดี
ลงท้ายก็ออกมาแบบนี้  เพราะไม่อยากให้มันหวานเกินไป  รวมถึงอยากแสดงให้เห็นว่า
ทั้งสองคนโต(เจนโลก??)ขึ้นจากเมื่อก่อน  และเพราะเป็นพวกไม่ชอบยอมแพ้กันทั้งคู่เลยออกมาแบบนี้


จริงๆมีแผนจะเขียนคู่นี้แบบอาโฮ่เป็นฝ่ายไล่ตามคีจังบ้างแล้วก็แอบเริ่มเขียนไปบ้างแล้วเหมือนกัน



::::::::::::::::: SAMPLE ::::::::::::::::::::




"อา....อยากมีแฟนจังเลยน้า~"


นายแบบหนุ่มวางคางลงบนท่อนแขนขณะที่ทอดสายตามองลงไปตรงลานหน้ามหาวิทยาลัย  ที่ผู้คนมากมายเดินสวนกันไปมาจอแจ  นัยน์ตาสีน้ำตาลทองทอดประกายอ่อนขณะแย้มรอยยิ้มบางขึ้นบนริมฝีปากเมื่อมองไปยังบรรดากลุ่มรุ่นน้องปีหนึ่งที่ถูกพวกรุ่นพี่ล้อมหน้าล้อมหลัง  คงไม่พ้นถูกชวนให้เข้าชมรมเป็นแน่ - - อาโอมิเนะเหลือบมองเสี้ยวหน้าของอีกฝ่ายเพียงครู่ก่อนจะหัวเราะออกมาบางๆ  พลางหมุนลูกบาสในมือเล่น


"ผู้หญิงล้อมหน้าล้อมหลังนายอยู่ทุกวี่วัน เลือกเอาสักคนสิ"  เป็นคำแนะนำที่คิเสะส่ายหน้าหวือ


"สาวๆพวกนั้นชอบแค่หน้าชั้นเท่านั้นแหละ  ที่ชั้นอยากได้น่ะ...คือคนที่ชอบทั้งหมดที่ชั้นเป็นต่างหาก"


"นายกำลังหมายถึงนิสัยง๊องแง๊งน่ารำคาญของนายน่ะนะ?" ถ้อยคำที่ทำให้คิเสะหัวเราะร่า


"ใช่...นิสัยง๊องแง๊งนั่นแหละ"


รอยยิ้มกว้างขวางสว่างสดใสที่อาโอมิเนะจ้องมองนิ่งเพียงครู่ก่อนจะเบือนหน้ากลับมาสนใจที่ลูกบาสในมืออีกครั้ง  แล้วจึงส่ายหัวน้อยๆเมื่อคิดถึงความน่าจะเป็นที่สามารถเกิดขึ้นได้



"ท่าจะยาก"



------------------


เบาว์ๆ~


คิดว่าคงจะเป็นแนว shonen ai ใสๆแบ๊วๆ(ขำกร๊ากกกกกกกก)
ที่คิดไว้คืออาโฮ่ที่โตเป็นหนุ่มมหาลัยปี 3 ซึ่งมีความเป็นผู้ใหญ่ค่อนข้างสูง
(แถมแอบเนียนและหล่อมากกกก)
และรักข้างเดียวตลอด 5 ปีที่ผ่านมาของเขา
กับคีจังผู้สดใสร่าเริงและ(ไม่รู้ว่าแกล้ง?)ซื่อบื้อ(รึเปล่า??)แบบเสมอต้นเสมอปลาย 

ซึ่งก่อนจะเวิ่นเว้อไปมากกว่านี้ควรเอาเวลาไปทำงาน workshop ให้เสร็จๆไปซะก่อน = ="

ไม่คิดว่าจะคลอดเร็วๆนี้หรอกค่ะ  และเชื่อว่าหลายคนที่ติดตาม Between
คงปลงตกกับสปีดในการอัพฟิคของเราไปแล้ว(ฮาาาาาา)




ท้ายที่สุด...ขอบคุณที่ติดตาม Between มาจนถึงตรงนี้

แล้วพบกันโอกาสหน้านะคะ ^ ^





edit @ 22 Feb 2013 01:05:47 by Niez

edit @ 22 Feb 2013 01:09:13 by Niez

Comment

Comment:

Tweet

แฮปปี้เอ็นดิ้งค่าาาา ฮิ้ววว
เหลือบไปเห็นตัวอย่างฟิคใหม่ข้างหลัง
อาโฮ่ไล่ตามคีจัง *-*
อยากอ่านสวดยอดเลย

#7 By sunny (171.7.106.4|171.7.106.4) on 2014-04-07 23:08

เพิ่งเคยอ่านเรื่องนี้ คือแบบถูกใจมากเลยค่ะ ชอบฟีลแบบนี้จัง (และ nc แบบนี้ด้วย >///< อาโฮ่หื่นนนน อิจฉาาาา) คิเสะน่าสงสารมาก ในตอนที่ผ่านๆ มา อาโฮ่ก็น่าสงสารนะ แต่ในฐานะแม่ยกคีจัง...ยังไงก็เข้าข้างคีจังอยู่ดี //ฮา
อ่านแล้วรู้สึกเลยว่า ฟ้าเหลืองเนี่ยรักกันมากจริงๆ ปลื้มมมม ในที่สุดก็คลี่คลายสินะ รักกันนานๆ นะพวกนาย เพื่อความฟินของแม่ยก
จะรอฟิคเรื่องต่อไปนะค้า ถึงจะอัพช้า แต่คุณภาพสุดยอดแบบนี้ก็เต็มใจรอค่าาา อยากอ่านมิเนะไล่ตามคีจังเหมือนกัน

#6 By ... (103.7.57.18|110.169.186.129) on 2013-05-27 17:11

รอมานานแล้ว TT
NC สุดยอดเบย
งั่กกกกกกกก
มาแอบอ่าน ...โฮ ชอบมากเลยค่ะะะ
ปิ๊งจังหวะของเรื่องมากๆเลย...
แล้วก็การเรียงคำกับบรรยากาศเรื่อง
ฮือ ชอบค่ะะะ //////
ปล. รอเรื่องต่อไปค่ะ... ชอบมิเนะที่ดูเป็นผู้ใหญ่จัง

#4 By aurunnium on 2013-02-23 01:10

ตามอ่านมานาน ในที่สุดก็จบ
แถมจบแบเอาใจคนอ่านแบบสุดๆ เลยค่า!!!
รักคู่นี้ หลงคู่นี้จริงอะไรจริง
อาโอกับคิเสะที่ให้อารมณ์แบบนี้แหละเจ๋งที่สุดแล้วค่าาา

#3 By Hina_Sakura on 2013-02-22 12:50

แงงงงงงงง ในที่สุดก็มาอัพแล้ววว *จุดพลุปลื้มปิติ*
รออยู่ตลอดเลยรู้มั้ยคะ ชอบฟิคจขบ.มากๆอ่ะ > <

เวอร์ชั่นมหาลัยก็อยากอ่านนน
มันต้องน่ารักมากแน่ๆ
แอร๊ยยย รอนะคะ มาเร็วๆนะ!

#2 By Hitsugaya~kun on 2013-02-22 11:09

จ...จบแล้ว TAT 
โฮววววววววว รอมานานมากๆอ่ะค่ะเรื่องนี้
ชอบมาก สนุกมากเลยค่ะ
โฮวววววว รอเรื่องต่อไปนะคะ >< อยากอ่านเรื่องที่มิเนะเป็นคนตามจีบคิเสะบ้างมานานแล้ว สู้ๆนะคะ รออ่านอยู่ค่ะ =w=b

#1 By UxMishi (103.7.57.18|110.77.225.112) on 2013-02-22 03:29