[KnB] In Between of Parallel Sky IV [End]

posted on 22 Feb 2013 00:22 by sugarpott in FanFiction directory Fiction, Cartoon

Kuroko no Basket Fiction
Title : In Between of Parallel Sky 
Chapter : IV (END)
Pairing : Aomine x Kise
Rate : NC-18
 
 
เนื่องจากดองนาน คิดว่าหลายๆคนคงลืมว่าเนื้อเรื่องเป็นยังไงไปแล้ว(//ก้มกราบ)
แนะนำให้อ่านไล่ใหม่ตั้งแต่ตอนแรกเพื่อความต่อเนื่องค่ะ(แหะ~)



-----------------------------







คนเราจะสามารถรักคนคนนึงได้มากแค่ไหน?







บานประตูปิดลงพร้อมๆกับริมฝีปากที่แนบลงมา  มือสีแทนสอดเข้าใต้เรือนผมสีทอง  เรียวลิ้นแทรกเข้ามาในโพรงปากขยับเคลื่อนไหวอย่างโหยหา  การจู่โจมที่กระทันหัน  ริมฝีปากร้อนกดจูบแนบแน่นเต็มไปด้วยความปรารถนาที่ทำให้สมองพร่าเบลอ  ที่อึ้ออึงในหูคือเสียงหัวใจที่ดังอยู่ในอกสะท้อนปะปนจนไม่รู้ว่าเป็นของใคร 


“อึก...อืม...”


ลมหายใจสั่นไหวไม่ต่างจากนิ้วมือของคิเสะที่เกาะเกี่ยวอยู่บนแขนเสื้อสูทสีเข้มเต็มนั้นไปด้วยความสับสน  อาโอมิเนะขยับเปลี่ยนองศาเพื่อที่จะได้สามารถตักตวงความหอมหวานจากอีกฝ่ายได้มากขึ้นกว่านี้  เขากระชับอ้อมกอดแน่นขึ้นขณะที่มืออีกข้างป้ายปะสัมผัสไปทั่วทั้งตัวของคิเสะ 


มากกว่านี้...



“อ..อาโอมิเนจจิ”


เนคไทด์หล่นไปกองกับพื้นแทบจะพร้อมกับเสื้อสูทต่างสีทั้งสองตัวที่ถูกปลดออกจากร่างของคนทั้งคู่  เสียงที่เต้นหนักหน่วงอยู่ในอกกับอุณหภูมิในร่างที่สูงขึ้น  แผดเผาจนดวงตาพร่าเลือน  แต่ถึงกระนั้นอาโอมิเนะก็ยังมองเห็น...ความสับสนที่มีมากพอๆกับความหวั่นไหวในดวงตาสีน้ำตาลทอง  บนผิวแก้มขาวขึ้นสีจัดที่เขาเคยทำร้าย  เพียงปลายนิ้วสัมผัสกลับเรียกอาการสะดุ้งจากอีกฝ่าย  อาโอมิเนะไล้ฝ่ามือแผ่วเบา


คิเสะ


ริมฝีปากแนบลงราวกับกระซิบคำขอโทษ  เพียงเท่านั้นหยดน้ำตาก็ร่วงหล่น  คิเสะหลับตาลงเมื่อริมฝีปากร้อนแตะลงบนเปลือกตา  เสียงหัวใจเต้นระรัวเมื่อนึกถึงสิ่งที่เขาเคยบอกอีกฝ่าย...


ผมกำลังตกหลุมรักคุณ


อาโอมิเนะไล้ริมฝีปากจากเปลือกตาผ่านมายังผิวแก้มก่อนจะหยุดลงที่ริมฝีปาก เรียวลิ้นแทรกผ่านกลีบปากนุ่มที่เผยอออกอย่างเต็มใจ เสื้อเชิร์ตหลุดออกจากร่าง ฝ่ามือกร้านสีแทนไล้ผ่านลาดไหล่ แผ่นอก เรื่อยมาจนถึงช่วงท้องราบเรียบก่อนที่นิ้วมือจะเกี่ยวเส้นเข็มขัดให้หลุดจากหัวสีเงิน


มากกว่านี้...


“ย...อาโอมิเนจจิ...”


ร่างสองร่างแนบชิดจนแทบไม่เหลือช่องว่าง  ได้ยินเสียงหอบหายใจปะปนกับเสียงครางแผ่วหวาน  สัมผัสจากฝ่ามือใหญ่รุ่มร้อน  หนักหน่วง  แต่ถึงกระนั้นกลับเต็มไปด้วยการหยอกล้อกลั่นแกล้งไม่ให้ถึงจุดหมาย  คิเสะเม้มริมฝีปากแดงช้ำเข้าหากันแน่น  พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่ส่งเสียงใดๆ  เขาไม่มั่นใจเลยสักนิดว่าตัวเองจะไม่เผลอเรียกร้องออกมา 


มากกว่านี้... 


ปลายนิ้วที่จิกลงบนท่อนแขนของอาโอมิเนะ  สีหน้าที่เต็มไปด้วยความทรมาน ดวงตาสีน้ำตาลทองเต็มไปด้วยความปรารถนาทว่าไม่กล้าแม้แต่จะกอดตอบ  ความเป็นจริงที่ทำให้อาโอมิเนะกระชับอ้อมแขนที่โอบรัดเอวสอบของอีกฝ่ายเข้าหาตัวแน่นขึ้น 

คิเสะผวาเยือกเมื่อสัมผัสได้ถึงปลายนิ้วที่กดแทรกเข้ามา  ขณะที่เสียงทุ้มต่ำกระซิบแผ่วข้างใบหู  “...อย่าเกร็ง”  ริมฝีปากที่แนบลงบนใบหูแผ่วเบาทำให้คิเสะพยายามผ่อนลมหายใจ  แม้นิ้วที่แทรกลึกขึ้นจะทำให้รู้สึกอึดอัดจนหายใจลำบาก  จนกระทั่งตอนนี้คิเสะก็ยังคิดว่าตัวเองกำลังฝัน  หากความรู้สึกเจ็บที่แล่นปลาบจากช่องทางเบื้องหลังบอกเขาว่านี่คือความจริง


“อ...อาโอมิเนจ...จิ...”


ลมหายใจผ่อนยาวและช่องทางที่ปรับตัวรับกับสัมผัสของเขาได้อย่างรวดเร็ว  ทำให้อาโอมิเนะรู้สึกร้าวขึ้นมาในอก ...กับความจริงที่ว่านี่ไม่ใช่ครั้งแรกของอีกฝ่าย  ทั้งที่คิดว่าไม่ว่าจะอย่างไรก็ไม่อาจทำใจยอมรับกับสิ่งที่เกิดขึ้นได้  ทั้งที่ในหัวยังเต็มไปด้วยคำถามมากมาย 

แต่เพียงแค่คิเสะอยู่ตรงหน้าเขา  เพียงเสี้ยวนาทีที่มองสบประกายสะท้านไหวที่ฉายชัดในดวงตาสีน้ำตาลทองและแก้วกาแฟที่วางอยู่บนโต๊ะ  คำถามทั้งหมดทั้งมวลไม่มีความหมายอีกต่อไป

หยดน้ำตาร่วงหล่นจากดวงตาสีน้ำตาลทองพร้อมๆกับความอดทนที่สิ้นสุดลง 


“!!!!!?”


คิเสะกระตุกเฮือกเมื่ออาโอมิเนะสอดใส่เข้ามาพร้อมรั้งตัวเขาเข้าสู่อ้อมกอดแน่น  เสียงหอบหายใจขาดช่วงระรินอยู่ข้างใบหู  อาโอมิเนะกดริมฝีปากลงบนขมับอีกฝ่ายปลอบประโลมก่อนจะฝังจมูกลงกับเส้นไหมสีทองนุ่ม

กลิ่นหอมอ่อนที่ทิ้งตัวอยู่เบาบาง  ไม่ว่าจะบนเตียงที่นอน  เสื้อผ้าของเขาที่ให้คิเสะยืมยามมาค้าง  สัมผัสที่ติดตรึงแม้ในเวลาที่หลับตา



ทำไมที่ผ่านมาฉันถึงคิดว่าตัวเองไม่จำเป็นต้องมีนายไปได้กัน...?




“อ...อาโอ..มิเน...จ....”



เสียงที่เรียกชื่อเขาทั้งอ่อนหวานและน่าสงสารในคราวเดียวกัน  หากแต่ว่า...


“โทษที...แต่ชั้นไม่คิดว่าจะควบคุมตัวเองได้...”


สิ้นคำร่างสูงกว่าของอาโอมิเนะก็เริ่มขยับ...เนิบช้าทว่าหนักหน่วง  เสียงหอบครางดังประสานตามจังหวะที่เคลื่อนไหว  ทุกครั้งที่อาโอมิเนะกระทั้นกายเข้าไปจะเรียกเสียงกรีดครางให้ดังขึ้น  เสียงเนื้อกระทบเนื้อและเสียงที่เปียกชื้นจากช่องท้างเบื้องหลังฟังดูหยาบโลน  หากไม่มีใครมีความคิดจะหยุดมัน

แก่นกายร้อนผ่าวแทรกลึกกับจังหวะเคลื่อนไหวที่รัวเร็วทำให้ดวงตาสีน้ำตาลทองเบิกกว้าง  ใบหน้าสมบูรณ์แบบติดจะสวยงามของคิเสะที่สะบัดไปด้านหลังเต็มไปด้วยแรงอารมณ์  ผิวขาวระเรื่อสีจัด  ดวงตาฉ่ำเยิ้มที่สะท้อนเพียงภาพของเขาทำให้อาโอมิเนะกดจูบลงบนริมฝีปากที่ส่งเสียงครางหวานนั้นอย่างล้ำลึกและลุ่มหลง


“อะ...อา...อาโอมิเนจ...จิ..ฮื่อ! อือ...อาโอ..มิเนจจิ...”



ปลายเท้าจิกเกร็งในอากาศ  สะโพกขยับตอบรับกับความเป็นชายของอาโอมิเนะที่กระทั้นเข้ามาอย่างไม่มีความยับยั้งชั่งใจ  จังหวะถี่กระชั้นหนักหน่วงบอกกับคิเสะว่าอีกฝ่ายกำลังจะถึง  เช่นเดียวกับตัวเขาที่ผวากอดรอบคออาโอมิเนะแน่น  เสียงหอบหายใจคำรามต่ำกับฟันคมที่ขบลงบนใบหู 


“คิเสะ....คิเสะ....”


ดวงตาสีน้ำเงินลึกล้ำที่จับจ้องตรงมา  ที่เสียงทุ้มต่ำเรียกออกมาเป็นชื่อของเขายิ่งทำให้คิเสะสูญเสียการควบคุม  ริมฝีปากแดงช้ำกรีดคราง  เรียกร้องออกมา  ลืมเลือนความกระดากอายไปหมดสิ้น


“อ่ะ...อ๊ะ! ฮะ!! อ...อีก... แรง...อึก!...อีก”


ถ้อยคำที่ทำให้อาโอมิเนะกัดฟันกรอด  มือใหญ่กระชับสะโพกอีกฝ่ายแน่นก่อนจะรั้งเข้าหาร่างตนด้วยจังหวะที่รุนแรงยิ่งกว่าเดิม


“อา!!!!!!!!!!”


“คิเสะ...”


“อะ...อือ?”


“อย่า...ยั่ว”


“อ๊ะ!!!!!!”


ฟันคมขบลงบนต้นคอพร้อมกับจังหวะที่ขยับเคลื่อนไหวจนทั้งร่างสั่นคลอน  คิเสะกรีดครางลั่นก่อนจะปลดปล่อยออกมาพร้อมๆกับที่รู้สึกถึงของเหลวอุ่นจัดที่เอ่อล้นออกจากช่องทางเบื้องหลัง  ได้ยินเสียงจังหวะหัวใจดังก้องในหู ในขณะที่ยังไม่อาจปรับลมหายใจให้เป็นปกติได้  ริมฝีปากร้อนก็กดจูบลงมา  เรียวลิ้นสอดแทรกเข้ามาในโพรงปาก  ตักตวงความหวานอย่างไม่รู้จักพอ 

ลิ้นที่ขยับเกี่ยวกระหวัดทำให้คิเสะรู้สึกมึนงง...เมามาย  รู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อแผ่นหลังแตะลงบนเตียงที่กรุ่นด้วยกลิ่นอายของอาโอมิเนะ  ริมฝีปากร้อนละออกเพียงนิด  ใบหน้าขาวร้อนจัดเมื่อสบเข้ากับดวงตาที่ลึกล้ำและแฝงไปด้วยความต้องการครอบครองที่รุนแรงของอีกฝ่าย  ก่อนที่น้ำเสียงทุ้มต่ำจะกระซิบชิดริมฝีปากของเขา




“เป็นของชั้น...อีกครั้ง...”





แล้วฝ่ามือสีแทนร้อนจัดก็จับเรียวขาขาวแยกออก...





.










.






'….เนจจิ....อาโอมิเนจจิ'





นัยน์ตาสีน้ำเงินปรือเปิดขึ้นอย่างเชื่อช้า  หัวคิ้วขมวดเข้าหากันเล็กน้อยเมื่อแสงจัดที่ส่องลอดช่องว่างของผ้าม่านแยงเข้าตา  น้ำหนักที่ทับอยู่บนท่อนแขนข้างหนึ่งทำให้อาโอมิเนะหันมอง  เสียงหัวใจเต้นแรงขึ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่มองสบเข้าไปในดวงตาสีน้ำตาลทองที่ช้อนมองขึ้นมา  ริมฝีปากสีอ่อนวาดขึ้นเป็นรอยยิ้ม


'อรุณสวัสดิ์...อาโอมิเนจจิ'


เพียงชั่วพริบตาหลงเหลือเพียงที่นอนยับย่นและธาตุอากาศ  บนท่อนแขนสีแทนที่วางทอดยาวว่างเปล่า  อาการวูบโหวงจู่โจมเข้ามาอย่างกระทันหันและรุนแรงจนในอกชาหนึบ

รอยขาวขุ่นบนผ้าปูที่นอนสีเข้ม  รอยจิกของเล็บที่ฝังลงมา  รอยขบกัดที