[KnB] In Between of Parallel Sky II

posted on 06 Nov 2012 23:48 by sugarpott in FanFiction directory Fiction
 
Kuroko no Basket Fiction
 
Title : In Between of Parallel Sky 
 
Chapter : II
 
Pairing : Aomine x Kise
 
Rate : PG-13 (อาจมีปรับขึ้นในภายภาคหน้า)



Warning : ละครช่อง 7 ยังอาย 555 5
ไม่ได้พรูฟ ไม่ได้อ่านทวน ไม่ได้เกลาภาษาอะไรทั้งนั้น
ขออภัยถ้าภาษาตะกุกตะกักนะคะ TT

-----------------------





 

คนเราจะสามารถจดจำคนคนนึงได้ดีแค่ไหน...?

 

 

 

 






เรียวขายาวในกางเกงสแล็กสีเทาก้าวเชื่องช้า  ผ่านบรรดาผู้คนในชุดเครื่องแบบเดียวกันที่ไม่คุ้นหน้า  เบื้องหน้าของเขาคือบันไดที่ทอดตัวสูงขึ้นไป  

 

 


หกสิบแปด  หกสิบเก้า

 

 


คิเสะเอ่ยนับในใจ  ขณะที่สายตาจับจ้องที่บันไดขั้นบนสุด  แม้จะมีใครหลายคนบอกว่าการจับจ้องไปที่เป้าหมายที่อยู่ไม่ไกลจะทำให้เหนื่อยน้อยกว่า  แต่ว่าตัวเขากลับชอบที่จะมองไปยังจุดหมายซึ่งอยู่บนจุดสูงสุดเสียจนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว
 

 

เท้าเหยียบลงบนบันไดขั้นบนสุด  คิเสะจดตัวเลขที่นับรวมได้ทั้งหมดในใจ  บวกลบแล้วขาดจากที่เทย์โคไปสองขั้น  พอนึกได้ถึงตรงนี้ริมฝีปากสีอ่อนก็ขยับเป็นรอยยิ้มบาง  ขณะวางมือลงบนลูกบิดประตู

 

 


ขั้นบันไดที่เชื่อมยาวไปถึงดาดฟ้ามีทั้งหมดเก้าสิบหกขั้น  ที่ตรงนั้นเมื่อเปิดบานประตูออกไปจะพบเจ้าของผิวสีแทนกับเรือนผมสีน้ำเงินเข้มที่นอนแผ่อยู่กับพื้น  สองแขนประสานกันไว้ใต้ศีรษะและหันหน้าขึ้นหาท้องฟ้า  ท้องฟ้าที่มีสีเดียวกับนามสกุลเจ้าตัว 

 

 



...คิเสะจำได้ดีว่าเขารักช่วงเวลานี้มากแค่ไหน

 

 

 



'นี่อาโอมิเนจจิ ถ้าไม่รีบตื่นเดี๋ยวไปเข้าคาบบ่ายไม่ทันนะ'

 

 

 


สิ้นคิดที่สุดเท่าที่จะเอ่ยออกไป  คิเสะมักจะพูดแบบนั้นโดยมีอาโอมิเนะที่เพียงลืมตาขึ้นมองหน้าเขาแค่ข้างนึงแล้วหลับตาลงพลิกตัวหนีไปอีกทาง  พอเห็นแบบนั้นเขาจะทิ้งตัวลงนอนเยื้องไปไม่ห่างจากอีกฝ่ายสักเท่าไหร่  ด้วยเพราะจริงๆแล้วยังมีเวลาอีกเหลือเฟือ  

 

 


'พอมองแบบนี้แล้ว  ท้องฟ้าอยู่ใกล้จนเหมือนจะเอื้อมมือคว้าลงมาได้เลยเนอะ'

 

 


อาโอมิเนจจิคงไม่รู้ว่าจริงๆแล้วเขาไม่ได้หมายถึงท้องฟ้า  นัยน์ตาสีน้ำเงินเข้มมองตามมือคิเสะขึ้นไป  ริมฝีปากหยักขึ้นเป็นรอยยิ้มก่อนจะเอ่ยออกมาว่าปัญญาอ่อนโดยไม่ละสายตาจากท้องฟ้า  ...ด้วยสีหน้าและนัยน์ตาที่ทำให้คิเสะใจสั่น  

 

 


บานประตูตรงหน้าถูกดันเปิดออก  บนดาดฟ้าที่ซึ่งท้องฟ้าเป็นสีฟ้าสดใสมีเพียงพื้นที่กว้างว่างเปล่า  ในหูได้ยินเสียงสายลมที่พัดผ่าน  ปลายผมสีทองที่พลิพลิ้วผ่านเข้าสู่สายตาเป็นของเขา  คิเสะรู้ตัวเองดีว่าเขาไม่มีทางจะพบอาโอมิเนะที่นี่  แต่ถึงกระนั้นเรียวขายาวก็ยังก้าวออกไปและปิดบานประตูทิ้งลงไว้เบื้องหลัง  

 

 


.




.



มันเหมือนจะเป็นกิจวรรตไปแล้วกับการนัดเจอโมโมอิทุกเย็นวันศุกร์  ครั้งแรกที่พบกันคือหลังจากเปิดเทอมไปได้ไม่นาน  สีหน้าของโมโมอิในตอนนั้นฉายแววประหลาดใจที่คนที่ควรจะอยู่คานากาว่าอย่างเขามาปรากฎตัวอยู่ที่ใกล้ๆโทโอ  - - หลังจากเสร็จธุระที่เอเจนซี่และเขายังไม่อยากกลับบ้าน  การเดินเล่นเรื่อยเปื่อยจึงมาจบอยู่ที่นี่โดยที่คิเสะเองก็ไม่ทันได้รู้สึกตัว

 


'หลงทาง'

 


เขาตอบโมโมอิไปแบบนั้น  ขณะที่เผลอมองผ่านไหล่ของเด็กสาวไปยังพื้นที่ว่างเบื้องหลัง  และในเวลานั้นเขาก็ได้รู้สึกตัว

 

 


บางที...

 

 

 


"ตอนนี้ไดจังมีแฟนใหม่แล้วนะ”

 

 

 


ถ้อยคำที่ได้รับฟังทำให้รอยยิ้มที่ระบายอยู่บนใบหน้าชะงักแข็งขึ้นเพียงครู่  ก่อนที่ริมฝีปากสีอ่อนจะรำพึงออกมาแผ่วเบา  

 

 


"....งั้นหรอ”

 

 


ริมฝีปากสีอ่อนยังคงวาดไว้ด้วยรอยยิ้มทั้งที่เสียงหัวใจหนักๆก้องดังอยู่ในหู  ปะปนไปกับเสียงของบางสิ่งที่พังทลาย  โมโมอิที่นั่งอยู่เบื้องหน้าจ้องมองมาทางคิเสะด้วยสายตาเป็นกังวล  อาการวูบโหวงที่จู่โจมเข้ามาในอก  กับมือเรียวที่เอื้อมมาบีบมือเขาเบาๆนั้นอบอุ่นจนรู้สึกอยากจะร้องไห้  หากแต่ขอบตาที่ควรจะร้อนกลับแห้งผาก  คิเสะไม่รู้ว่าควรนิยามความรู้สึกตนเองอย่างไร 

 

 



อยากเจอ แต่ก็ไม่อยากเจอ...

 


ทั้งที่คนที่ทำให้อีกฝ่ายเดินจากไปคือเขา

 

 



นัยน์ตาสีน้ำตาลทองหลุบมองถ้วยกาแฟที่ตนสั่งมาแต่กลับถูกทิ้งไว้จนเย็นชืดเพราะตัวคนสั่งไม่มีทีท่าจะแตะต้องมัน  กาแฟสีดำสนิทและรสขมจัดอย่างที่คิเสะไม่เคยนึกชอบ...  

 

 


'อาโอมิเนจจิกินเข้าไปได้ยังไงน่ะ  ดูขมจะแย่'  

 


'ยังไงซะชั้นว่ามันดีกว่าช็อคโกแล็ตของนายแน่ๆ  ว่าแต่ยังไม่เคยลองไม่ใช่หรือไงแล้วรู้ได้ยังไงว่ามันขม?'

 

 


อาโอมิเนะหรี่ตาพร้อมรอยยิ้มที่พรายขึ้นบนใบหน้าคมเข้มให้คิเสะพอจะรู้ชะตากรรมตัวเอง  คิเสะส่ายหน้าหวือ  ขยับเข้าไปชิดกับพนักของที่นั่งเมื่อถ้วยกาแฟถูกยื่นมาจ่ออยู่ที่ริมฝีปาก  

 

'ชิมหน่อยน่า...ถ้ามันขมจริงเดี๋ยวชั้นจูบล้างปากให้ก็ได้เอ้า'  คำพูดขวานฝ่าซากที่ทำเอาหน้าเห่อร้อนให้คิเสะเถียงกลับ  ทั้งตื่นตระหนก ทั้งตะกุกตะกักจนลิ้นแทบพันกัน

 

'บ...แบบนั้นคนได้เปรียบก็มีแต่อาโอมิเนจจิน่ะสิ! ล...แล้วจะเรียกล้างปากได้ยังไงในเมื่ออ...อาโอมิเนจจิก็กินนี่นา!!  อีกอย่างที่นี่ร้านอาหารนะ!!?'  

 

'นายนี่เรื่องมากชะมัด'

 


เสียงที่ดังมาจากความทรงจำทำให้คิเสะขยับยิ้มบาง  มือเรียวยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ  รสขมฝาดติดจะเปรี้ยวนิดๆกระจายในโพรงปากแม้จะกลืนลงไปแล้วทว่ารสขมนั้นยังคงติดอยู่บนปลายลิ้น  รสขมที่ค่อยหวานขึ้นเพียงนิด 

 


น้ำตาเพียงหยดร่วงหล่นจากดวงตาสีน้ำตาลทอง  คิเสะเพียงแค่หัวเราะออกมา

 


“คีจัง?”


“ไม่อร่อยจริงๆด้วย”

 

 


.

 

 

 



.

 

 


แสงสีส้มฉาบภายในอาคารเรียนบ่งบอกเวลาเย็นย่ำ เสียงกำปั้นกระแทกเข้ากับประตูล็อคเกอร์ดังก้องโถงทางเดินที่ร้างผู้คน  ใบหน้าเจ้าของผิวสีแทนที่ยืนอยู่เบื้องหน้าเขามีแววโกรธจัด  คิเสะแน่ใจว่ากำปั้นนั้นจริงๆแล้วคงอยากจะตั้นเข้าที่หน้าของเขามากกว่า  

 


'ทำไม'

 


เสียงนั้นกดต่ำเกือบคล้ายจะเป็นคำราม  ไร้ซึ่งอาการสะดุ้งสะเทือนนั่นเป็นเพราะคิเสะพอจะคาดเดาได้ว่าจะเกิดอะไรหลังจากที่อีกฝ่ายรับรู้เรื่องราวที่เกิดขึ้น  บาดแผลที่เกิดขึ้นแล้วไม่สามารถลบเลือนไปได้  เช่นเดียวกับแก้วที่แตกไปแล้วไม่อาจประกอบกลับขึ้นใหม่ได้  ดังนั้นเขาจึงเอ่ยคำๆนั้นออกไปคำพูดที่ว่า  'เลิกกัน'  
 


คำถามมากมายที่อีกฝ่ายเอ่ยถาม  คำถามที่คิเสะให้คำตอบได้เพียงแค่ความเงียบงัน  ดวงตาสีน้ำเงินเข้มที่ฉายแววกราดเกรี้ยว สับสนและผิดหวังทำให้นัยน์ตาสีน้ำตาลทองค่อยปิดลง  คิเสะกลืนก้อนสะอื้นที่ทั้งแข็งและหนักลงไป  คนที่อยากจะร้องไห้ไม่ใช่เขา  

 

ร่องรอยสีจัดบนต้นคอที่ผ่าวร้อน  กระทั่งรอยขบกัดที่ประปรายอยู่ทั่วร่าง  กระทั่งช่องทางเบื้องหลังยังเจ็บแปลบ  ยิ่งย้ำเตือนเรื่องราวในคืนที่พ้นผ่านให้ยิ่งแจ่มชัด  - - งานเลี้ยงส่งนางิสะซังนางแบบสาวรุ่นพี่คนสนิทผู้บอกลาอาชีพนางแบบเพื่อไปแต่งงาน  คืนที่คิเสะไม่ทันได้ระวังตัวเพียงเพราะเป็นงานเลี้ยงเล็กๆที่ประกอบด้วยผู้คนที่เขาร่วมงานมานานจนสนิทชิดเชื้อเกือบจะเรียกได้ว่าเป็นครอบครัวที่สอง  ดังนั้นคิเสะจึงไม่เคยคาดคิดว่าจะถูกหักหลังโดยตากล้องที่สนิทกันจนแทบจะเรียกว่าเป็นพี่ชายที่ตนไว้ใจ  

 

คืนนั้นเขาทรยศต่อความไว้วางใจของอาโอมิเนจจิ  ไม่ว่าจะเมามายหรือถูกวางยา  จะตั้งใจหรือไม่ก็ตามที  แต่ความจริงที่ว่าคิเสะนอกใจอาโอมิเนะก็ไม่ได้เปลี่ยนแปลง  ทั้งที่ยังไม่เคยถูกอาโอมิเนจจิกอดแต่เขากลับมีอะไรกับคนอื่น  เพียงแค่นั้นคิเสะก็แทบจะทนตัวเองไม่ได้

 

คนคนเดียวที่คิเสะไม่เคยคิดอยากให้เสียใจ  คนคนเดียวที่เขาไม่เคยนึกอยากให้ผิดหวังแม้ว่าอีกฝ่ายจะไม่เคยคาดหวังอะไรจากตัวเขาเลยก็ตาม  ใต้เสื้อสเว็ตเตอร์ตัวบางข้อมือเขียวช้ำที่ถูกบีบแน่นด้วยมือสีแทนทั้งร้อนผ่าวและเจ็บร้าว  

 


อย่าทำหน้าอย่างนั้น...เพราะชั้นไม่คู่ควรกับมันสักนิด

 


ยิ่งอีกฝ่ายเจ็บปวดมากเท่าไหร่  คิเสะก็ยิ่งรังเกียจตัวเองยิ่งกว่าที่ทำให้อาโอมิเนจจิต้องมีสีหน้าแบบนั้น  เพราะฉะนั้นได้โปรด... 

 


'ยังไงเราก็คบกันจากความรู้สึกนึกสนุกของนายอยู่แล้วนี่  ถ้าหงุดหงิดเพราะถูกตัดหน้าล่ะก็...จะทำตอนนี้เลยก็ได้นะชั้นไม่มายด์'

 


สิ้นคำหมัดลุ้นๆก็กระแทกเข้ามาเต็มแรง  แผ่นหลังที่กระแทกกับล็อคเกอร์ดังโครมเจ็บจนจุก  รสเลือดที่คลุ้งอยู่ในโพรงปากเค็มปร่า

 

 

 


'อย่างนายน่ะชั้นแตะไม่ลงหรอก!'

 

 

 








ถ้าหากอาโอมิเนจจิจะต้องเสียใจเพราะคนอย่างชั้น

 

 

 





...ก็เกลียดชั้นซะเถอะ

 







.











.











----------- T B C -----------



ตอนหน้าจะจบ(รึเปล่านะ?)
//ก้มหลบบรรดาข้าวของที่ปามาอะเกนนนน


ดองนานแถมสั้น
ความเครียดเป็นเหตุโดยแท้~~


ขอโทษค่ะ ขอสารภาพว่าเป็นโรคจิตชอบทำร้ายตัวละครที่ตัวเองชอบ 55 5
คือเราคิดว่าหลายๆเรื่องอาโฮ่ทำคีจังเสียใจแล้ว  ถ้ากลับกัน ถ้าคีจังเป็นฝ่ายทำล่ะ?
(ถึงจะไม่ตั้งใจแต่ก็ทำตัวเองแท้ๆหน๋อลูก) หลายคนคงตั้งคำถามว่า


"ถ้าเอ็งจะรักกันขนาดนี้แล้วจะเลิกกันเพื่อ?? อภัยให้กันยากนักหรอ?"


บางทีจิตใจมนุษย์ก็ซับซ้อนยากแท้หยั่งถึง 


^ ^ 


 

Comment

Comment:

Tweet

กลับคำพูด มันไม่ได้รู้สึกดีแล้ววึ้ยยยยย
น้ำตาพาลจะไหล

#7 By sunny (171.7.106.4|171.7.106.4) on 2014-04-07 22:53

โอยยย อ่านแล้วตื้อๆในอกเลยค่ะ สงสารคีจัง
แต่ก็เศร้าแทนอาโฮ่ด้วย ความรู้สึกขื่นๆต้องเลิกทั้งๆที่รักนี่มันบาดใจแท้ค่ะT T เศร้าแต่ก็ชอบแนวนี้จัง
เราก็เป็นโรคชอบแกล้งตัวละครที่ชอบค่ะก๊ากกก
แต่ถึงจะชอบแกล้งให้ช้ำแค่ไหนก็อยากให้คีจังได้ลงเอยกับอาโฮ่อย่างมีความสุขนะคะ
รอตอนต่อไปนะคะแงงงงง

#6 By Lulla on 2012-11-08 02:13

อ้ากกกกก ชอบมากกกก#ผิด
เราชอบคิเสะอารมณ์นี้จังเลยค่ะ
ชอบดราม่า ชอบร้าวราน
คิดเสะหนอเล่าความจริงไปก็ได้ว่าไม่ได้สมยอม
อย่าคิดในแง่ร้ายขนาดนั้นสิ /แค่ถ้ามันง่ายขนาดนั้นมันก็ไม่สนุกเนอะ ไม่ดราม่าเนอะ
และถึงจะดูจากเหตุการณ์แล้วคิเสะจะผิด
และอาโอแลดูน่าจะเจ็บกว่าแต่เราว่าคิเสะเจ็บกว่าเยอะคะ ชอบโทษตัวเองจริงๆคีจางงงง
อยากอ่าตอนต่อไปมาก จะรออ่านต่อนะคะ

#5 By Sawagi on 2012-11-07 22:23

นั่งอ่านในคาบเคมี.... /กราบขออภัยอาจารย์ผู้สอน
แงงง
อาโอมิเนจจิอ่ะ ฮึกก....คีจัง
ร้าวรานมากค่ะ
อยากอ่านต่อ....ขอยาวๆ ขออีกหลายๆตอนเลยนะคะ แงงงง

#4 By Hitsugaya~kun on 2012-11-07 10:34

อ๊ากกกกกกกกกกก สั้นไปนะ 
สั้นไป ม๊ายยยยยยย เนื้อเรื่องแรงมาก
อ่านแล้วรู้สึกร้อนๆ ในตาเลย
อาโอมิเนะแมร่ง โมโหเจงๆ อ่านแล้วก็รู้สึกแบบ
อยากจะอ่านต่อ อ่านต่อ อ่านต่อ แต่ก็ดันตัดทูบีคอนซะงั้น อ้าปากค้าง อ๊ากกก มาต่อเร็วๆ นะเว้ยยยcry cry

#3 By |*|| NacHII ||*| on 2012-11-07 09:54

โอ๊ะ!!! สั้นจริงๆแหละ ยืนอ่านบนรถไฟฟ้าก็จบแล้ว อะไรฟระ!!!
นายทิ้งฉัน!! #ผิด

เป็นคนออกความคิดเห็นไม่เก่ง แต่ชอบอ่ะ อยากให้เป็นเรื่องยาว ฮี่ๆ สนุกดี ชอบฟิคอารมณ์ ถึงฟิคเฮฮามันนะน่ารักอ่านง่าย แต่แบบนี้ก็ชอบที่สุดอยู่ดี

รอตอนต่อไปเน้อ...
ปล.ขำดข.มาก ยกตัวอย่างแรงเงาเลยนะ อาโฮน่าจะไม่ได้ดูนะ ชีวิตมันมีแค่บาสกับคิเสะนี่นา ฮ่าๆๆ

#2 By DEA ขี้เกียจล็อกอิน (103.7.57.18|115.67.166.29) on 2012-11-07 08:06

อะไรเนี่ยยยย สั้นนะ ต่อเดี๋ยวนี้เลยยยย ไม่ก็มาคุยให้ฟังเดี๋ยวนี้นะ!!! ทำไมกลายเป็นงี้ กรี๊สสสสส
คือตัวคิเสะอ่ะ โอเค เข้าใจ แต่จะอ้อนบ้างก็ได้นะ มันไม่ได้แย่อะไรนักหรอก จะร้องไห้ให้เค้ารับรู้ก็ได้ ถึงแม้ไอดำมันอาจจะไม่เข้าใจในทันที แต่ก็ยังดีกว่าทำแบบนี้ป่ะ
ส่วนไอดำ (ทำไมเรียกหยาบคาบ...) แกนี่...ไม่เข้าใจความรู้สึกของคิเสะบ้างเลย ปกติิคิเสะเป็นคนแบบนี้เหรอ แกไม่เคยดูแรงเงาเหรอยะ คนเราเปลี่ยนไปก็เพราะมีไรเกิดขึ้นป่ะ ปกติคิเสะไม่ใช่คนงี้ป่ะ ทำไมไม่สังเกตอะไรๆให้มันดีซะก่อนล่ะ ถ้าไม่ทันสังเกตถึงความเปลี่ยนแปลงของอีกฝ่ายด้วยซ้ำมันจะเรียกว่าแฟนกันเหรอ นายอาจจะบอกว่าไม่ได้ตั้งใจจะคบกับคิเสะตั้งแต่แรก แต่จะปฏิเสธเหรอว่าตอนคบกันไม่มีความสุขน่ะ อย่ามาบ้าหน่อยเลย
ยาวค่ะยาว 555+ เวลาอ่านฟิคเรื่องไหนจะชอบด่าอาโฮ่ยาวๆงี้ทุกที  ฮ้า  สะใจ (จริงๆความผิดอาโฮ่ไหม เปล่าหรอก แต่ส่วนตัว มีปัญหาม่ะ??)

#1 By Dokkao_ on 2012-11-07 00:24