[Kichiku Megane] R O M A N C E
posted on 11 Jun 2010 10:58 by sugarpott in Others
เอนทรี่นี้มีเนื้อหาเกี่ยวข้องกับ ชายรักชาย สำหรับผู้ที่ไม่มีรสนิยมชื่นชอบ
หรือรับไม่ได้กับเรื่องดังกล่าวขอความกรุณากดเครื่องหมาย X มุมขวาบนเสีย
Kichiku
Megane Fanfiction
Type : Short Fiction(one-shot)
Title :
R O M A N C E
Author : shiNiiz(Niez)
Cast
: Mido X Katsuya
Rate : NC18 (คลุมดำในเนื้อหาบางส่วน)
.
.
เสียงครางเครือดังปะปนกับเสียงหอบหายใจถี่กระชันที่ฟังหวานหู... กับเสียงเอี๊ยดอ๊าดของเตียงที่สั่นไหวตามแรงกระทำ...
"อ่ะ!!...มิโด้...ฮึ่ก!...ซัง.."
ครั้งแล้ว..
"อา.....อึก!...อ๊ะ!? มิ..โด้..ซั......ง...!!"
ครั้งเล่า...
นัยน์ตาสีฟ้าฉ่ำเยิ้มพร่าเลือนด้วยแรงอารมณ์ ผิวเนื้อขาวที่ขึ้นสีจัดจนแทบจะกลืนไปกับร่องรอยสีแดงเข้มและแสงสลัว ริมฝีปากที่กรีดร้อง...
ร้องเรียกชื่อของเขา...
คราบสีขาวเปรอเปื้อนไปทั่วทั้งต้นขาและท้องน้อย เสียงนั้นกรีดครางจนแหบแห้งแทบจะกลืนไปกับลมหายใจ ช่วงขาขาวทิ้งน้ำหนักลงบนท่อนแขนของเขาอย่างไร้เรี่ยวแรง ทว่าร่างที่อ่อนไหวนั้นไม่ได้ลดความเย้ายวนลงแม้แต่น้อย.. ชายหนุ่มขยับเร็วขึ้นเฉกเช่นริมฝีปากแดงช้ำที่ส่งเสียงครางหอบกระชันแม้ว่าจะได้ยินเพียงจังหวะการเคลื่อนไหวของอากาศ...
"อ๊า!!!!!!!!!!!!"
ความหลงใหลในร่างตรงหน้านี้..
มันเริ่มขึ้นตั้งแต่เมื่อไหร่กันนะ.....?
...........
..
รอยยิ้มอ่อนที่ระบายอยู่บนริมฝีปาก..ระยับไปถึงดวงตาที่มีสีเดียวกับผืนนภาอันอ่อนโยน... กับถ้อยเสียงนุ่มที่ดังผ่านออกจากริมฝีปากสีอ่อน...
จะด้วยเหตุผลใดก็ตาม..
เขาจดจำชื่อของอีกฝ่ายได้ขึ้นใจ...
...ซาเอกิ คัตซึยะ
เขาเพียงแค่สงสัย....ถึงการกระทำของซาเอกิ เขาได้ยินข่าวลือของเจ้าของรอยยิ้มนั้น คนที่กำลังจะถูกไล่ออก ..แต่เพราะความช่วยเหลือของหัวหน้าคาตากิริ ซาเอกิจึงได้เป็นหนึ่งในผู้ร่วมโปรเจคใหญ่ในครั้งนี้...
กู้ชื่อเสียงอย่างนั้นหรือ?
เขานึกขำสำหรับคนที่ไร้ความสามารถขนาดที่กระทั่งบริษัทธรรมดาๆอย่างคิคุจิยังคิดที่จะเอาออก สำหรับคนแบบนั้นจะสามารถทำอะไรได้?
"อ...อะไรนะครับ?"
"เซ็กส์..ยังไงล่ะ "
.
.
คำตอบตกลงของอีกฝ่ายอยู่นอกเหนือความคาดหมายของเขา....
นัยน์ตาสีฟ้าที่หลุบลง
ถ้อยเสียงที่ตอบรับอย่างกระอักกระอ่วนใจและใบหน้าขาวที่ขึ้นจัด
...เขาเชื่ออย่างสนิทใจว่าซาเอกิไม่ได้เป็นพนักงานที่ซื่อตรงต่อการทำงานอย่างบริสุทธิ์ใจอย่างที่ร่ำลือกัน
ริมฝีปากที่เปล่งเสียงหอบครางอันหวานหูปะปนกับเสียงสะอื้น...อ้อนวอนให้เขาหยุดการกระทำทั้งหมดลงเสีย
สีหน้าที่เต็มไปดวยอารมณ์
กระนั้นนัยน์ตาสีฟ้าที่ฉ่ำเยิ้มด้วยหยาดหยดของน้ำตากลับแสดงออกถึงความรู้สึกแสนละอาย.....
ยามกลีบปากสีหวานที่สั่นระริกเข้าครอบครองตัวตนที่เขาบังคับให้รับเข้าไป...
เขารู้ได้ในทันทีว่าเป็นครั้งแรกของอีกฝ่าย
และแม้ว่าจะไม่ประสีประสา...แต่การที่เจ้าของนัยน์ตาสีเดียวกับผืนฟ้านั้นพยายามอย่างเต็มที่เพื่อให้เขาพึงพอใจ....ก่อความรู้สึกบางอย่างขึ้นในอกโดยที่เขาเองไม่ทันได้รู้ตัว
'มิโด้ซัง..'
ถ้อยเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อของเขา...
ช่างอ่อนหวาน....
เขาค่อยๆเรียนรู้...
อีกฝ่ายไม่เคยเสแสร้งหรือปั้นแต่งตัวตนขึ้นมาเพื่อให้เขาเชื่อ
....ธรรมชาติของซาเอกิเป็นเช่นนั้น
...สุภาพอยู่เสมอ
...อ่อนโยนอยู่เสมอ
...เห็นแก่ผู้อื่นอยู่เสมอ...
ซาเอกิเป็นคนมีไหวพริบดี
แต่ถึงจะเก่งกาจสักแค่ไหน
การมีพื้นฐานเป็นคนเช่นซาเอกินั้นเองที่ทำให้อยู่รอดได้ยากในโลกที่เต็มไปด้วยการแก่งแย่งชิงดีเช่นนี้
...การได้ทำงานและหลายๆอย่างร่วมกันนั่นทำให้เขาเข้าใจเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับอีกฝ่ายได้ดี...
รวมถึงสาเหตุที่ว่า...ทำไมสายตาของเพื่อนร่วมงานที่ชื่อฮอนดะจะจ้องมองซาเอกิด้วยความเป็นห่วงเป็นใยที่เกินเลยไปกว่าคำว่าเพื่อน
คนคนนั้นใสซื่อเสียจน...
....อันตราย
ทั้งต่อตนเองและคนรอบข้าง
หมอนั่นคงไม่รู้สึกตัวเลยสักนิดว่าตนเองมีสเน่ห์แค่ไหน...
น่าประหลาดที่เมื่อยิ่งเข้าใจในตัวซาเอกิมากขึ้นเท่าไหร่
....สิ่งที่เริ่มจะไม่เข้าใจขึ้นทุกทีกลับเป็นตัวเขาเอง...
พยายามถามหาสาเหตุของอาการหงุดหงิดที่ตนเป็น
เพื่อจะพบกับข้อสรุปเดิมๆที่กำลังจะทำให้ตัวเขากลายเป็นบ้า...
...เวลาที่อยู่กับเขา...ซาเอกิไม่เคยยิ้มแบบนั้นเลยสักครั้ง
ไม่รู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายทำมากมาย
เป็นความตั้งใจจริงหรือเพียงเพราะหวาดกลัว...?
และในนาทีที่เขาตัดสินใจจะปล่อยมือ
ร่างของซาเอกิกลับมาปรากฎอยู่ตรงหน้า
ในสภาพเนื้อตัวเปียกปอนท่ามกลางสายฝน
แย้มรอยยิ้มอ่อนขัดกับนัยน์ตาแสนเศร้าและประโยคที่ดังออกจากริมฝีปากซีดขาว
กับสัมผัสจากผิวเนื้อที่เย็นเยียบที่ทำให้เขาโยนความตั้งใจทั้งหมดทิ้งไว้ตรงนั้น...
'ผมมารอ...มิโด้ซัง'
ต่อให้วันพรุ่งนี้โลกทั้งใบจะต้องพังทลายลง
เขาจะไม่สนใจมันอีกต่อไป...
.
.
เรียวแขนที่ตวัดกอดรอบลำคอราวกับจะเหนี่ยวรั้ง
ทั้งริมฝีปากหอบครางด้วยถ้อยเสียงอันสั่นเครือและเต็มเปี่ยมด้วยอารมณ์จะกระซิบด้วยสุรเสียงอันแผ่วบาง......
'มิโด้ซัง...'
เป็นชื่อของเขา....ทว่าก็ไม่ใช่ของเขา...
ทั้งที่ทุกสิ่งตกอยู่ภายใต้การควบคุม
สะโพกมนตอดรับการสอดใส่
กระทั่งเรียวขาของอีกฝ่ายไร้เรี่ยวแรงจนต้องตะคองไว้ด้วยมือทั้งสองข้าง
นัยน์ตาสีฟ้าฉ่ำเยิ้มด้วยแรงอารมณ์แทบจะไม่รับรู้สิ่งใดนอกเสียจากความสุขสมของการเป็นผู้ถูกกระทำ
ทั้งที่เป็นเช่นนั้น....
'มิโด้ซัง'
ทุกครั้งที่ถูกถ้อยเสียงหวานร้องเรียก....
'มิโด้ซัง..'
กลับเป็นเขาเองที่ถูกฉุดให้จอมจมลึกลงทุกที....
ใบหน้าน่ารักที่เลื่อนเข้ามาใกล้ ดวงตาที่ฉายชัดฉ่ำไปด้วยหยาดน้ำตาทำให้ต้องปรือตาลง กดริมฝีปากแนบชิด แทรกเรียวลิ้นลึกเข้าไป...ดื่มด่ำกับรสอันหอมหวานราวกับเสพย์ติด
'คัตซึยะ'
ในนาทีที่ตัวเขาลืมเลือนสิ้นทุกสิ่ง....
ชื่อของอีกฝ่ายที่เอ่ยเรียกด้วยตัวเองกลับทำให้หัวใจเต้นแรง ขณะที่เจ้าของนามเพียงแค่คลี่รอยยิ้มผ่านริมฝีปากแดงช้ำ.....อ่อนหวานเสียจนไม่อาจหักห้ามใจไม่ให้กดจูบซ้ำแล้วซ้ำเล่า
.
.
ราวกับได้ยินเสียงกระซิบที่ดังแว่วมาจากส่วนใดส่วนหนึ่งในร่างกายนี้...
ชัดเจนจนเขาต้องกระชับกอดร่างในอ้อมแขนขึ้นแน่น....
แน่นเสียจนได้ยินเสียงจังหวะหัวใจสะท้อนก้องอยู่ในอก
ให้ก้อนเนื้อที่เต้นอยู่ในนั้นยิ่งบีบตัวเข้าหากันมากขึ้นจนปวดร้าว..
ลมหายใจสม่ำเสมอที่ปะทะแผ่วเบาบนแผ่นอก
ช่างชัดเจนยิ่งนักในความเงียบงัน....
.
.
การตกหลุมรักใครสักคนช่างทรมาน....
'ผมชอบ..มิโด้ซัง'
ชั้นอยากได้ทุกสิ่งทุกอย่างของเธอ..
"คัตซึยะ..."
END
ไม่หวานเหมือนชื่อ+สนองนีดตัวเองสุดๆ(ขำ)
ใช้เวลาอยู่นานในการแก้ตอนจบ
เพราะมีความรู้สึกว่าลงไม่สวยเท่าไหร่เนื่องจากหมดมู้ดกระทันหัน
ถ้าพูดถึง
kichiku
megane คู่ที่เราชอบที่สุดคงไม่พ้น
มิโด้xคัตซึยะ
(แน่นอนว่าอันดับเดียวกับดับเบิ้ลคัตซึยะ)
แต่ก็เริ่มจางๆไปหลังจากเคลียร์ภาค
R
ไปเมื่อตอนต้นปีที่แล้ว
ซึ่งจากภาค R
ก็ทำให้เราได้ประจักษ์ว่าหน้านิ่งๆแบบมิโด้ซังเอาเข้าจริงก็
obsess
in คัตซึยะจนเป็นบ้าไปได้เหมือนกัน(ซึ่งก็กรี๊ดตรงจุดนี้มากอีกเช่นกัน)
55 5
จำได้ว่ากลับมาพีคเนื่องจากโนเวลที่อ่านไม่ออก(ฮาาา)
แต่ว่าหน้าเปิดมันช่างสุดยอด!!!!!!!!
ส่วนฟิคชั่นเรื่องนี้เริ่มแต่งระหว่างกำลังสอบไฟนอลตอนต้นปี
พึ่งจะมาจบเอาได้ก็เดือนหก(เห็นได้ชัดว่าเป็น
shortfic
ที่กินเวลายาวนานจริงๆ)
รู้สึกได้เลยว่าสกิลฟิคชั่นตกลงไปมากจนน่าตกใจ(ฉากเรทแปลกๆ
แถมตอนที่เขียนท้ายเรื่องอยู่เนื้อหาก็วกไปวนมาจบไม่ลงต้องแก้แล้วแก้อีกเป็นสิบรอบ
จนจากที่โฮกๆอยู่จะกลายเป็นเอียนไปซะแล้ว)
ภาษาอาจแปร่งๆไปบ้างถ้าเทียบกับเรื่องที่เขียนไว้ก่อนหน้าก็ขออภัยไว้ด้วยค่ะ(โค้ง)
edit @ 18 Jul 2010 11:08:42 by shiNiiz(Niez)
#1 By thanatchaya on 2010-07-18 23:28