[KHR] L I E S -08- Final Part

posted on 11 Jun 2010 10:16 by sugarpott in FanFiction
"เรียนเสริม?!!!"






ถ้าให้เดาหน้าผมตอนนี้คงเหวอน่าดู ผมก้มลงกระดาษข้อสอบในมือแล้วได้แต่ลอบถอนหายใจอย่างปลงอนิจจัง หมดสิทธิ์ต่อรองตั้งแต่เห็นหน้าอาจารย์ยิ้มกว้างอย่างที่แถวบ้านผมเรียกแยกเขี้ยวส่งมาให้ตั้งแต่ก้าวผ่านกรอบประตู และนั่นหมายความว่าโปรแกรมในช่วงซัมเมอร์ที่วางเอาไว้เป็นอันต้องยกเลิก .....







..











..











...........แค่ผม.......น่ะนะ.....








"ได้ยินว่าต้องซ่อมหรอยามาโมโตะ?!"




เสียงร้องถามของสึนะดังขึ้นทันทีที่ผมเลื่อนบานประตูห้องเรียนเปิดออก หัวคิ้วบางๆนั่นขมวดเข้าหากันน้อยๆและประกายที่ไหวอยู่ในดวงตากลมสีน้ำตาล นั้นแสดงความเป็นห่วงออกมาอย่างชัดเจน .....อย่างที่เข้าใจกันนั่นล่ะ....ครั้งนี้สึนะไม่ได้ร่วมหัวจมท้ายกับผม แต่หมอนี่กลับสอบผ่านได้ด้วยคะแนนที่สูงจนน่าเหลือเชื่อเลยด้วยซ้ำ!




อยากจะเคืองมันแต่ก็ทำไม่ลง.... คงเพราะไอ้วิธีการช้อนตากลมๆใสๆขึ้นมองที่มันทำอยู่..... เค้าเรียกว่าอะไรนะ...?













โมเอะ....











?











ผมได้แค่หัวเราะออกมาอย่างที่ทำประจำ แล้วใช้มือยีหัวฟูๆของสึนะเล่นด้วยความเคยชิน แต่พอหันไปสบเข้ากับดวงตาสีมรกตที่จ้องตรงมานิ่งๆแบบนั้น จากที่หัวเราะดังๆก็ได้แค่เค้นมันออกมาแห้งสนิท




"รุ่นที่สิบครับ! ทานข้าวกันเถอะครับ!!"




ถูกเมินอย่างที่คิด....


แม้ว่าทุกครั้งคนที่โกคุเทระเอ่ยชวนจะไม่เคยเป็นผม แต่คำเชื้อเชิญนั้นจะมีมาเผื่อให้เสมอ แต่ครั้งนี้มันไม่ใช่... เพราะเค้าไม่ได้เหลือบมองทางผมอีกเป็นครั้งที่สองหลังจากการจ้องหน้าในคราแรก ...ก็ใช่ว่าผมจะไม่รู้เหตุผลที่เค้าทำแบบนั้น .....ยอมเสียเวลามานั่งติวให้ผม ไหนจะชีทปึกหนาที่รวบรวมมาให้... แต่ผมกลับทำมันสูญเปล่า...



ไม่แปลกหรอกที่เค้าจะโกรธ...






"ยามาโมโตะ....?"



สึนะที่กำลังจะเดินออกจากห้องไปหันกลับมาเรียกเมื่อผมไม่ได้เดินตามออกไปด้วยกัน ผมได้แต่ฉีกยิ้มกว้างให้เพื่อนก่อนจะบอกปัดออกไปอย่างที่น้อยครั้งจะทำ





"พวกนายไปกันเถอะ ชั้นยังต้องไปคุยเรื่องเวลาเรียนอีก"





คนทั้งคู่เดินออกจากห้องไปแล้ว... ทีนี้ก็ได้เวลาคิดซะที





.....ว่าจะง้อเค้ายังไง?














L I E S -08- The Final Part















"นมกาแฟกล่องนึงครับป้า"



ผมตะโกนฝ่าฝูงชนในเครื่องแบบเดียวกัน อาจจะเป็นเพราะส่วนสูงที่ทำให้ผมได้เปรียบคนอื่น คุณป้าเจ้าของร้านสหกรณ์ที่ผมมักหิ้วท้องมาฝากเป็นประจำจึงคลี่ยิ้มหวานหยดกลับมา ก่อนจะคว้าสิ่งที่ผมต้องการนั้นมาให้ก่อนคนอื่นที่กำลังชุลมุนวุ่นวายกันอยู่หน้าร้าน



"มาทันกล่องสุดท้ายพอดีเชียวนะ"



"แบบนี้ต้องคิดราคาพิเศษนะครับ"



"งั้นก็ 100 เยน"



ผมได้แต่หัวเราะตอบกลับไป แล้ววางเหรียญร้อยเยนลงในมือของคุณป้าที่แบรออยู่ พอทำท่าจะหมุนตัวกลับจริงๆ เจ้าของร้านคนสวยกลับกระวีกระวาดหาเหรียญในลิ้นชักวุ่นวาย อีกทั้งยังอุตส่าห์เอื้อมมือมาตีแขนผมดังเพี้ยะ ให้ผมต้องหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้งเมื่อมือนั้นส่งเหรียญสิบเยนสองเหรียญคืนมา พร้อมอาการค้อนขำๆจากดวงตาสีน้ำตาล ผมรับเงินทอนนั้นมาแล้วเดินเลี่ยงออกจากหน้าร้าน



เหมือนเสียงที่ดังในทีแรกค่อยเบาลงระหว่างที่ผมยืนอยู่ตรงนั้น


แต่บางทีผมคงคิดไปเอง....



...



...





"โตะ...ยามาโมโตะ"




"อ่ะ..หา?"




ผมหันมองทางเพื่อนร่างเล็กที่นั่งอยู่พร้อมกล่องข้าวสองสามกล่องที่ยังไม่ถูกแตะต้องบนพื้น ราวกับเตรียมไว้รอทานพร้อมกัน หัวคิ้วของสึนะขมวดเข้าหากันน้อยๆก่อนจะเอ่ยออกมาอีกครั้ง ผมจับได้ถึงกระแสความเป็นห่วงจางๆที่ติดมากับเสียงนั้น



"นั่งสิ...นายเป็นอะไรมากรึเปล่าวันนี้?"


"หา?...เอ่อ...ก็...เปล่าหรอก.."



ผมตอบพร้อมนั่งลงตามที่เพื่อนบอก ก่อนจะเหลือบสายตาไปมองโกคุเทระที่นั่งขมวดคิ้วหันหน้าหนีไปอีกทางราวกับไม่อยากจะเสวนา



....สิ่งที่ทำให้ผมหยุดนิ่งจนเพื่อนต้องเป็นห่วงมีเพียงสิ่งเดียว.....
กล่องนมกาแฟที่มีหยดน้ำเกาะพราวจากอุณหภูมิที่สูงขึ้น ที่ว่างนิ่งอยู่บนพื้นนั้น...




"สึนะ.....นายเป็นคนซื้อหรอ?"




ผมหยิบกล่องนมกาแฟขึ้นมาเอ่ยถามกับเพื่อนร่างเล็กที่สะดุ้งน้อยๆ นัยน์ตากลมสีน้ำตาลกลอกไปมาก่อนจะเอ่ยออกมาด้วยท่าทีอึกอักเล็กน้อย


"อ...อืมใช่...เห็นนายบ่นให้ฟังบ่อยๆว่ามันหมดไวนี่!"


"อ่า...."


ผมครางแผ่วก่อนจะเหลือบตามองโกคุเทระที่ยังนิ่งไม่พูดไม่จา





"ขอบใจนะ"





แม้จะหลงเหลือความกังวลคับแน่นในอก ........ทว่าไม่รู้ว่าความดีใจมันผุดมากจากไหนตั้งมากมาย มากเสียจนผมไม่สามารถห้ามรอยยิ้มที่วาดผ่านริมฝีปากออกมาได้ แม้จะรู้ว่ามันอาจทำให้คนบางคนหงุดหงิดจนอาจคว้าประทัดออกมาเล่นทั้งกลางวันแสกๆ พวกเราเริ่มจัดการกับอาหารตรงหน้า เสียงพูดคุยที่ส่วนมากจะมาจากผมและสึนะดังเป็นปกติ



มีสิ่งหนึ่งที่ผมยังสงสัย....




"นี่สึนะ..."



"หืม?"



ผมปาดเม็ดข้าวที่ติดอยู่บนมุมปากของตัวเอง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นสบตากับเพื่อนร่างเล็กตรงๆ





"ไหงคราวนี้ปล่อยชั้นตกอยู่คนเดียวล่ะ?"





เคร้ง!!





ส้อมในมือของสึนะตกกระทบพื้น ก่อนที่เจ้าตัวจะเริ่มออกอาการลนลาน(?) หยิบโน่นจับนี่เป็นพัลวันอย่างที่ส่อแววพิรุธอย่างเห็นได้ชัด ......ถ้าให้ผมเดา....




"ค...แค่ได้อาจารย์สอนพิเศษมาเพิ่มน่ะ...ไม่มีอะไรหรอก"



"งั้นหรอ..."




"รุ่นที่สิบเค้าไม่สมองทึบขนาดที่สอนเป็นสิบครั้งก็ไม่จำอย่างแกหรอก"




สวนขึ้นมาเรียบสนิท ไม่มีแววเกรี้ยวกราด ไม่ตัดพ้อ ไม่ต่อว่า..... กระทั่งนัยน์ตาคู่นั้นก็ยังไม่มองมาทางผมเลยด้วยซ้ำ.... สึนะที่มีท่าทีอึกอักในตอนแรกเงียบเสียงลงและจ้องมองผมสลับกับโกคุเทระด้วยสายตาเป็นกังวล เช่นเดียวกับผมที่ได้แต่สงบปากสงบคำ....


รอยยิ้มพาดผ่านริมฝีปากสีอ่อนบางเบาหากแต่ส่งผ่านไปไม่ถึงดวงตา โกคุเทระคีบไส้กรอกเวียนนาในกล่องข้าวตัวเองส่งให้สึนะที่นั่งอยู่ฝั่งตรง ข้าม







"วันนี้รูปปลาหมึกด้วยนะครับ"







และทำเหมือนผมไม่มีตัวตน....





...





...




ฝาพับโทรศัพท์ถูกพับปิดลง พร้อมๆกับตัวผมที่ถอนหายใจพรืดยาวออกมา โทรหาสามครั้งไม่รับทั้งสามครั้ง ผมแน่ใจว่าโกคุเทระไม่ได้อาบน้ำอยู่ถึงได้ไม่มารับโทรศัพท์ ผมทิ้งช่วงห่างระหว่างการติดต่อทั้งสามครั้งมากพอที่เค้าจะไม่มีธุระมาติดพัน แค่สามครั้งก็มากพอที่จะทำให้ผมรู้ว่าเค้าคงไม่อยากคุย... ดังนั้นผมจึงไม่คิดจะนั่งต่อสายเป็นไอ้บ้าให้เค้ามานั่งรำคาญ







ผมควรจะทำยังไง...?
พรุ่งนี้โกคุเทระคงไม่ไปโรงเรียน... ในเมื่อสึนะไม่ต้องเรียนซ่อมเสริมเค้าก็ไม่มีเหตุผลที่จะต้องไปที่นั่น







ผมควรจะทำยังไง...?
ผมแค่อยากอธิบาย...ต่อให้เค้าจะไม่เคยเข้าใจว่ามันสำคัญอะไรนักหนา...







..








.









"ทาเคชิ..ลงมากินข้าวได้แล้ว!"



เสียงของพ่อดังมากจากชั้นล่างพร้อมกับเสียงบางสิ่งตกกระทบบนบานหน้าต่างให้ผมหันมอง... หยดน้ำที่ร่วงหล่นจากผืนฟ้า.....


ไม่นานนักเสียงเปาะแปะของมันก็ถูกแทนด้วยเสียงดังซ่า อย่างที่ผมพอจะคาดเดาได้ว่าฝนคงตกหนักไม่ใช่เล่น ....ฝนหลงฤดูหรือว่าพายุเข้ากัน? ผมทอดสายตามองสายฝนตรงหน้านิ่ง......



คว้าเสื้อคลุมตัวเก่งที่พาดอยู่บนเก้าอี้แล้ววิ่งลงบันไดอย่างเร่งรีบ เสียงฝีเท้าของผมคงดังมากพอที่พ่อจะโผล่หน้าออกมาจากครัวเหมือนจะต่อว่า ผมวิ่งเลยไปยังส่วนที่เป็นประตูด้านหน้าแล้วเลื่อนมันเปิดออกไม่เบานัก สายลมกระทบใบหน้าปะปนมากับละอองน้ำเย็นเยียบ ....ได้ยินเสียงของสายฝนสะท้อนก้องอยู่ในหู......





.








.






กลบได้แม้กระทั่งเสียงหัวใจของผมเอง....









"เดี๋ยวผมมานะครับ!"







ผมทิ้งไว้แค่นั้นก่อนจะวิ่งฝ่าสายฝนออกไป.. ผ่านผู้คนมากมายที่เคลื่อนไหวสวนทาง บางทีผมก็สงสัย....



ทำไมต้องเป็นหนักขนาดนี้...?




กับเรื่องของเขา... ผมไม่สามารถยอมรับว่ามันเป็นเพราะความซื่อบื้อของตนเองที่ไม่สามารถจดจำสิ่งที่เค้าพูดได้อย่างที่ผมมักทำเพื่อตัดปัญหาและหลีกเลี่ยงเรื่องยุ่งยาก ผมไม่อยากเป็นคนไม่เอาไหน...





ผมไม่อยากให้เค้าผิดหวังแม้ว่าจะไม่เคยตั้งความหวังกับผมเลยสักครั้ง...






สายฝนที่ตกกระทบร่างเย็นเยียบ... ผมเงยหน้าขึ้นมองเส้นสายที่ร่วงหล่นสะท้อนแสงของหลอดไฟ เช่นเดียวกับภาพอพาร์ทเม้นต์ที่คุ้นเคยจะปรากฎสู่สายตา... ผมสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะก้าวขึ้นไปบนบันไดเหล็กที่เริ่มขึ้นสีสนิม ทุกจังหวะที่เหยียบย่างลงผมได้ยินเสียงหัวใจตัวเองที่เต้นแรงขึ้นทุกที...












ทุกที...









...








.





เสียงของน้ำดังเฉาะแฉะดังจากฝีเท้าของผมที่เหยีบลงบนพื้นปูนสีหม่นแข็งแรง ผมพาตัวเองมาหยุดหน้าห้อง 205 จ้องมองบานประตูสีหม่นตรงหน้านิ่ง ก่อนจะตัดสินใจล้วงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแล้วหยิบเครื่องมือสื่อสารที่เปียกชื้นขึ้นมากดโทรออก...


ได้ยินเสียงเพลงที่เจ้าของชื่อบนหน้าจอชื่นชอบดังผ่านออกมา เสียงที่ดังขึ้นทำให้ผมแน่ใจว่าเจ้าของห้องคงกำลังเดินเข้าใกล้บานประตูที่ปิดสนิทอยู่ตรงหน้าผม เสียงเพลงชัดเจนขึ้นทุกทีเฉกเช่นเสียงระรัวของก้อนเนื้อในอกข้างซ้าย ........







พับ!







"!!!!!!!!"






เสียงพับเปิดของฝาพับโทรศัพท์ที่ดังผ่านอีกฟากบานประตูเบาๆทำเอาหัวใจผมแทบหยุดเต้น!





.





.





หากสิ่งที่สะท้อนอยู่ในหูกลับเป็นเสียงสัญญาณดังซ้ำๆ ไม่ใช่เสียงทุ้มแหบห้วนจัดที่ผมชอบฟัง....





สายโทรศัพท์.....ถูกตัดไป.....





ผมเหยียดยิ้มให้กับตัวเอง ...หัวเราะทั้งที่ไม่รู้สึกตลกกับมันเลยสักนิด ตัดสินใจหมุนตัวและก้าวออกห่างจากบานประตูห้อง 205


ผมคงจะทำอย่างนั้น....หากไม่มีเสียงถอนหายใจดังผ่านกรอบประตูสีหม่นที่ดังขึ้น พร้อมกับคำสบถที่ทำเอาสะท้านไปทั้งอก... เสียงสบถที่เค้นรอดผ่านไรฟันออกมาที่ฟังราวกับเสียงสะอื้น....




"โกคุเทระ!"




เสียงที่ร้องเรียกชื่อเค้าออกไป... มันดังก่อนที่ผมจะทันรู้สึกตัวด้วยซ้ำ ได้ยินเสียงของลมหายใจที่สะดุดลง ผมเม้มริมฝีปาก ตาจ้องนิ่งที่บานประตูตรงหน้า ภาวนาอย่าให้เค้าก้าวหนีเข้าไปที่ส่วนลึกของห้อง


"ไม่เป็นไร....ไม่ต้องเปิดประตูก็ได้ ชั้นมา....มีธุระแค่นิดเดียว...."


"..........."


ไม่มีเสียงฝีเท้า.... ให้ผมได้คลี่ยิ้มบาง หยดน้ำที่ไหลลงผ่านไรผมเข้าตาทำให้ต้องใช้หลังมือปาดออกแม้จะไม่ได้ผลเท่าที่ควร สายฝนที่สาดกระทบร่างผม...เย็นจัดจนรู้สึกได้ พื้นที่อยู่ใต้รองเท้าเจิ่งนองด้วยน้ำจนมองดูเหมือนน้ำท่วมทั่วไปทั้งบริเวณชั้นสอง รู้สึกถึงอาการเต้นตุบของเส้นขมับรู้สึกถึงอาการหนาวสะท้านจากภายในจนชักเอะใจว่าตัวเองอาจมีไข้ ...เสียงลมพายุและสายฝนดังกลบทุกสรรพเสียง จนผมต้องตะโกนแข่งกับมัน... แต่ยังไม่ทันจะทำแบบนั้นบานประตูตรงหน้าก็เปิดออก.....



โดยมีโกคุเทระยืนขมวดคิ้วอย่างชินตาอยู่ตรงนั้น.....





"ชั้นจะไม่รับผิดชอบแน่ถ้าแกเกิดป่วยขึ้นมาจนไปเรียนเสริมไม่ได้"



................


....



ผ้าขนหนูผืนหนาถูกโยนมาให้พร้อมเสื้อยืดตัวใหญ่และกางเกงวอร์มของโรงเรียน โกคุเทระพึมพำออกคำสั่งเบาๆ จับใจความได้ว่าให้ผมอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าซะให้เรียบร้อย ผมได้แค่ตอบรับคำของเค้าอย่างว่าง่าย ผมก้าวเข้ามาในห้องน้ำด้วยความรู้สึกที่ก้ำกึ่งระหว่างสับสนและมึนงง สุดท้ายก็เลือกจะสลัดความรู้สึกนั้นทิ้ง...


ผมหลับตาและปล่อยให้สายน้ำอุ่นจัดไหลผ่านเรือนผมลงสู่พื้นกระเบื้องสีขาวเบื้องล่าง แอบใจสั่นอยู่เหมือนกันที่ต้องใช้แชมพูกลิ่นเดียวกับเค้า




....กลิ่นหอมเย็นของเมนทอล....




ผมเดินออกจากห้องน้ำ... ได้ยินเสียงกระทบกันของช้อนและแก้วเซรามิคดังออกมาจากส่วนที่เป็นครัว อดไม่ได้ที่จะกวาดสายตามองไปทั่วห้องขาวที่สีหม่นลงตามกาลเวลา ...ผมไม่เคยคิด ไม่...แม้แต่จะฝันว่าจะได้เหยียบเข้ามาในห้องนี้แม้จะเคยจินตนาการถึงสภาพภายในบ่อยครั้งก็ตามทีห้องของโกคุเทระมีข้าวของเครื่องใช้สำหรับชีวิตประจำวันอยู่เยอะพอสมควร แต่สิ่งที่สะดุดตาผมที่สุดคงไม่พ้นตุ๊กตาแมวตัวคุ้นตาที่วางนิ่งอยู่บนหัวเตียง...



....ไม่รู้ว่าความดีใจมันผุดมาจากไหนตั้งมากมาย

ผมจึงได้แต่ปล่อยรอยยิ้มออกมาอย่างไม่อาจควบคุม...



เสียงฝีเท้าเบาๆจากเบื้องหลังดึงทั้งความคิดและสติของผมให้กลับมา ณ ปัจจุบันซึ่งผมยังมีชนักติดหลังมือขาวยื่นแก้วกาแฟที่ยังมีควัญสีขาวลอยอยู่เหนือของเหลวสีคาราเมลที่ส่งกลิ่นหอมกรุ่น โกคุเทระเดินไปนั่งที่โต๊ะตัวเตี้ยหน้าจอโทรทัศน์พร้อมแก้วอีกใบที่บรรจุของเหลวชนิดเดียวกันพลางเหลือบหางตามาทางผม





"จะยืนอยู่อีกนานไหม?"





ผมถือว่านั่นเป็นคำอนุญาตให้ผมนั่งลงบนที่ว่างที่เหลือ ....โกคุเทระนั่งจิบกาแฟอยู่เงียบๆ ไม่มีทีท่าว่าจะสนใจอะไรมากไปกว่าสิ่งที่อยู่ในมือ ผมทอดสายตามองเสี้ยวหน้าขาวตั้งแต่นัยน์ตาสีมรกตเรื่อยลงผ่านสันจมูกโด่งได้รูป และหยุดลงที่ริมฝีปากที่ขึ้นสีจัดจากไอร้อนของกาแฟเช่นเดียวกับแก้มทั้งสองข้างนั้น... ทั้งที่ไม่ได้สนใจแต่หัวคิ้วกลับขมวดมุ่นเข้าหากันราวกับหงุดหงิดทว่าก็ยังรั้งรอ... เพราะแบบนั้นหรือเปล่า..?ผมจึงสามารถเอ่ยสิ่งที่ติดค้างอยู่ในใจได้ลื่นไหลเสียจนกระทั่งตัวเองยังแปลกใจ





"ยังโกรธอยู่รึเปล่า?"




"....!"




มองเห็นเศษเสี้ยวของอาการสะดุ้งบางเบาในท่าทีหากก็เพียงครู่เดียวนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นก็ตวัดมองขุ่นจัดพลางขมวดคิ้วฉับ




"ชั้นไม่ได้โกรธ!"




ไม่เว้นแม้กระทั่งน้ำเสี้ยงนั้นที่เจ้าตัวเค้นมันออกมาด้วยท่าทางติดจะหงุดหงิด

....บางสิ่งบางอย่างที่ผมเคยตั้งคำถามกับตัวเอง... ผมเริ่มมองเห็นคำตอบของมันชัดเจนขึ้นทุกที...





"....แต่ก็ไม่ใช่ว่านายไม่ได้ไม่พอใจ...."




"........."







"มันปัญญาอ่อนชั้นรู้...แต่ที่ชั้นมาหานายเพราะเรื่องนี้ก็เป็นเรื่องจริงอยู่ดี"






ผมไม่รู้ว่าตัวเองทำหน้ายังไงเค้าจึงหยุดฟัง ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเพราะอะไรน้ำเสียงถึงทอดออกไปได้นุ่มนวลขนาดที่กระทั่งตัวเองยังนึกแปลกใจ กระนั้นผมกลับได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นดังหนักหน่วงสะท้อนก้องในหู


....กระทั่งที่ยิ้มออกมาในตอนนี้ก็ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตัวเองยิ้มออกไปแบบไหน นัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นจึงหลุบลงเลี่ยงการเผชิญหน้าอย่างที่น้อยครั้งจะเป็น





"........"






".........."












.










.











".....จำเป็นขนาดนั้นเลยหรือไง?"







น้ำเสียงทุ้มแหบติดสั่นน้อยๆดังขึ้นฝ่าเสียงของสายฝนที่ดังสะท้อนจากภายนอกเข้ามา ปะปนกับเสียงของเข็มนาฬิกาที่เดินด้วยจังหวะที่สม่ำเสมออยู่บนผนัง.... โกคุเทระสูดลมหายใจเข้าหร้อมกับเงยหน้าขึ้นสบตา ใบหน้าขาวที่ขึ้นสีระเรื่อกับนัยน์ตาสีสวยที่จับจ้อง ...แค่มองดูก็รู้ว่าต้องใช้ความพยายามมากแค่ไหน






....ท่าทีที่ทำให้ผมสะท้อนบางสิ่งขึ้นในใจ







.









.







บางทีการโกหกอาจทำให้ผมเป็นได้เพียงคนโง่งมตลอดมา...
















"จำเป็นสิ..."















"...."






















"ทำไม....?"






ผมไม่ตอบคำถาม.... ได้แต่จ้องมองโกคุเทระที่นั่งอยู่ตรงหน้า ดวงหน้าขาวที่ขึ้นสีจัด มือเรียวที่กระชับแน่นอยู่บนถ้อวยเซรามิคจนน่ากลัวว่าเค้าจะทำมันแตก ไม่ใช่แค่ผมที่ผ่านมาเอาแต่ประหม่าจนดูเหมือนคนบ้า.... บางทีโกคุเทระอาจเป็นแบบนี้มาตลอดเช่นกัน









พวกเราเสแสร้งเพื่ออะไร......?


โกหกให้ได้อะไร......?


















"ไม่รู้จริงๆหรือ?"









คนตรงหน้าสะดุ้งน้อยๆเมื่อผมเอื้อมมือไปแตะข้างแก้มอย่างถือวิสาสะ..... ทว่าไม่ได้ต่อว่าหรือปัดป้อง.....






.








.







สีแดงของพวงแก้มที่จัดขึ้นจนร้อนผ่าว นัยน์ตาสีมรกตที่สั่นไหว







แรงดึงดูดจากริมฝีปากสีอ่อนได้รูปนั้น....













.......รุนแรงเกินต้านทาน






ภาพดวงหน้าที่ขึ้นสีอย่างน่ามองนั้นค่อยชัดเจน ขณะที่ระยะห่างของพวกเราค่อยๆลดลงทุกที.... ทุกที....
เช่นเดียวกับที่แพขนตาคู่นั้นค่อยปรือปิดลงราวกับรอคอย....




ริมฝีปากที่กดลงแผ่ว.... ผมได้ยินเสียงของหัวใจที่สั่นไหว กลีบปากที่เผยอออก... เรียวลิ้นที่ตอบสนองกันอย่างเก้ๆกังๆ แม้จะไม่ใช่.....แต่สำหรับผม.....นี่เหมือนเป็นจูบแรก




ไร้เดียงสา....และอ่อนหวาน.....




มือเรียวที่ยึดไหล่ผมไว้เป็นที่พึ่ง.... และลมหายใจที่ใกล้จนสัมผัสได้.... ผมละออกมาอย่างอ้อยอิ่ง ยิ้มบางๆตอบนัยน์ตาฉ่ำหวานที่ปรือขึ้นมอง






"รู้หรือยัง?"






โกคุเทระขมวดคิ้วน้อยๆ เลื่อนมือจากช่วงไหล่สู่แผ่นหลัง... ตีหน้ายุ่งอย่างที่ไม่ค่อยเข้ากันกับสีระเรื่อที่ระบายอยู่บนใบหน้า





".....ไม่แน่ใจว่ะ"





ผมได้แต่หัวเราะเบาๆกับคำพูดคำจาที่ดูสมกับเป็นตัวเค้าแบบนั้น...... ไม่ใช่คนอ่อนหวาน.... ไม่ใช่ผู้หญิงที่เหมาะกับคำว่าสวยหรือน่ารัก....





เค้าเป็นแค่โกคุเทระ ฮายาโตะ

คนที่ทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า.....














"......งั้นลองฟังอีกทีมั้ย?"











ริมฝีปากเคลื่อนที่เข้ากันอีกครั้ง........








อีกครั้ง.........











และอีกครั้ง........









.











.














คำสารภาพจากคำโกหกที่ยาวนาน....








จะไม่จบลงแค่คำบอกรัก....











+++++ END?? +++++









.










.






"เดี๋ยวนะ.."



โกคุเทระแย้งขึ้นให้ร่างสูงของยามาโมโตะที่กำลังเดินไปปิดไฟต้องหันกลับมามอง



"หืม?"



"ชั้นยังไม่เห็นเข้าใจว่ามันเกี่ยวกับที่แกสบตกตรงไหน?"



คำพูดและใบหน้าที่แสดงให้เห็นอย่างชัดเจนว่าสงสัยเป็นอย่างมากนั้น ทำให้ยามาโมโตะจำต้องกลอกตามองเพดานและจบลงด้วยการถอนหายใจเบาๆ



".......ชั้นตกวิชาอะไร?"



"นี่แกจะกวนตีนกันใช่ไหม?"




ตีความไปโน่น!!!



เดือดร้อนให้ยามาโมโตะต้องโบกไม้โบกมือแก้ตัวเป็นพัลวัน




"เปล่าๆ!...ถามจริงๆ"




คำตอบที่ทำให้โกคุเทระถอนหายใจออกมาพลางขมวดคิ้วฉับ นึกต่อว่าต่อมความจำของอีกฝ่ายที่สั้นจนบางครั้งก็กระตุ้นต่อมไร้ท่อบริเวณ ฝ่าเท้าให้คันขึ้นมายิกๆ



"เลข"



"ก็นั่นล่ะ..."




ไม่ได้ลืม...?


นั่นยิ่งทำให้โกคุเทระยิ่งสงสัยหนักข้อ




"อะไรของแก?"




"ก็...นั่นไง....."




คำตอบที่ได้ทำให้รู้สึกอยากกระโดดถีบยอดอกมันให้รู้แล้วรู้รอด ถ้าติดว่ามีแรงเหลือพอน่ะนะ...





"ยามาโมโตะ ทาเคชิ"





นัยน์ตาสีมรกตที่หรี่ลงกับน้ำเสียงที่ถูกกดจนต่ำประกาศถึงสัญญาณอันตราย จนคนที่ยอมลงให้อีกฝ่ายมาตลอดอย่างยามาโมโตะหมดทางเลือก.....






"โว้ยยยย!!! ก็ได้! ก็ได้! ก็ได้!!!!"






คำพูดคำจาที่ทำเอาโกคุเทระเบิกตามองอย่างไม่เชื่อ ...ไม่ใช่เพราะแค่คำสบทที่หาฟังได้ยาก แต่เป็นเพราะใบหน้ายุ่งยากที่ขึ้นสีจัดและมือใหญ่ที่ยกขึ้นยีหัวตัวเองไปมา และเสียงถอนหายใจหนักๆนั่นต่างหาก...








"....เพราะเรา จูบ กันครั้งแรกตอนติววิชานั้น แล้วชั้นจะเอาสมาธิที่ไหนไปทำข้อสอบได้"







งี่เง่าและไร้สาระที่สุดในจักรวาล!!!!!!!!!





แต่นั่นก็เป็นเหตุให้กลายเป็นโกคุเทระเองที่หน้าแดงได้ยิ่งกว่า ริมฝีปากสีอ่อนอ้าพะงาบๆก่อนจะสำลักออกมากึ่งตะคอกด้วยเสียงอันดัง




"....ก...แกพูดเรื่องน่าอ...อาย....พรรนั้นออกมาได้ยังไง! ไม่อายมั่งหรือไงวะ?!!!"




"ก็นายบังคับ..."




"หุบปาก! หุบปาก! หุบปาก!!!!"






และดูท่าจะมีเรื่องให้เถียงกันอีกยาว.....







+++++ REAL END +++++




ขอบคุณค่าาาาาาาาาาา



Comment

Comment:

Tweet

น่ารักกกก

#1 By 8059fc (171.98.34.139|171.98.34.139) on 2014-03-13 22:06