[KHR] L I E S -07-

posted on 11 Jun 2010 10:11 by sugarpott in FanFiction



ตลอดชีวิตที่ผ่านมาของผม ผมมักจะวิ่งอย่าสุดกำลังเสมอ




บางสิ่งที่ผมไม่เคยเข้าใจ....
บางสิ่งที่เค้าไม่เคยเข้าใจ....




ความเป็นจริงที่ซุกซ่อนภายใต้หน้ากากแสนเปราะบาง






บางสิ่งที่พวกเราอาจไม่เคยเข้าใจ...








มันง่าย.......เพียงแค่เอื้อมมือ...



















L I E S -07-

















"ยามาโมโตะคุง....คือว่า...........ขอเวลาสักครู่ได้ไหมคะ?"




นี่อาจเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากที่สุดในชีวิต.....




ผมได้แต่กรอกตามองเพดานเหลือบมองโกคุเทระที่ปั้นสีหน้าไม่สบอารมณ์กับทุกสิ่งเช่นที่เป็นประจำ ก่อนจะหยุดสายตาลงที่เด็กสาวในเรื่องแบบโรงเรียนสตรีชื่อดังที่ผมไม่เคยรู้จัก มองผ่านร่างของเธอไปด้านหลังก็พบกับเด็กผู้หญิงอีกสองสามคนที่คาดว่าคงเป็นเพื่อนๆของเธอที่ยืนอยู่ห่างออกไป ผมเบนสายตากลับมาที่เด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง ใบหน้าที่ผมจำได้ว่าน่ารักเอาการอยู่นั้นก้มงุด ขณะที่มือทั้งสองข้างกำแน่นอยู่ที่ชายสเว็ตเตอร์สีครีม แน่นอนว่าเธอต้องรวบรวมความกล้าอย่างมากในการเดินเข้ามาทักผมในเกมเซ็นเตอร์แบบนี้.....




"เอ่อ......"



"มัวแต่อึกอักมันอยู่นั่น...รีบๆคุยให้มันจบๆซะทีสิวะ!"




โกคุเทระกระชากเสียงใส่ผม แต่เด็กสาวแปลกหน้ากลับเป็นฝ่ายสะดุ้งเฮือกเสียแทน ผมได้แต่ขยับยิ้มแห้งๆไปให้โกคุเทระที่ดูจะอารมณ์เสียขึ้นมาจริงๆ ก่อนจะหันไปยิ้มให้กับคนที่ยืนก้มหน้างุดอยู่ตรงหน้าเมื่อคนรอบข้างเริ่มจะ หันมาสนใจ และผมรู้ว่าการเป็นจุดเด่นในสถานที่แบบนี้มันไม่น่าภิรมย์ซักเท่าไหร่






"ออกไปคุยข้างนอกดีกว่าไหม?"





....



....



ผมกวาดสายตามองหาโกคุเทระเมื่อกลับเข้ามาภายในร้านอีกครั้ง ก่อนที่ผมจะยิ้มออกมาเมื่อมองเห็นแผ่นหลังที่คุ้นเคยดีนั้นก้มๆเงยๆอยู่บริเวณตู้คีบตุ๊กตาด้านในสุด นึกโล่งใจที่เค้าไม่อารมณ์เสียจนหนีกลับไปซะก่อน ได้ยินเสียงพ่นลมหายใจออกมาอย่างหงุดหงิดเมื่อเข้าไปใกล้ ก่อนที่ฝ่ามือของโกคุเทระจะตบลงไปหนักๆบนแท่นบังคับราวกับมันไปทำอะไรให้ โกรธเคือง แต่สุดท้ายก็หยอดเงินลงไปให้เครื่องมันอีกจนได้


ผมเห็นเค้าเลื่อนแท่นบังคับไปซ้ายทีขวาทีขยับไปๆมาๆราวกับกำลังลังเล ถ้าเดาไม่ผิดตัวที่โกคุเทระเล็งอยู่คงไม่พ้นเจ้าแมวหน้าตากวนประสาทที่ นอนอยู่ตรงกลางนั่นเป็นแน่... ผมได้แต่ส่ายหัวยิ้มๆก่อนจะเอื้อมมือไปแตะไหล่ให้เค้ารู้สึกตัวซะที เป็นอย่างที่คาดเอาไว้ไม่ผิดเพี้ยน เมื่อโกคุเทระหันมามองด้วยสายตาไม่เป็นมิตร ก่อนจะคลายท่าทีนั้นลงเล็กน้อยเมื่อเห็นว่าเป็นคนรู้จัก.....


จริงอยู่ที่พวกเราจูบกันแล้ว.....และโกคุเทระขอตัวออกไปทันทีที่ผมละริมฝีปากออก มา ทั้งที่คิดว่าคงเข้าหน้ากันไม่ติด แต่วันรุ่งขึ้นโกคุเทระกลับเดินเข้ามาทักผมได้อย่างเป็นปกติจนน่าเหลือเชื่อ ราวกับว่าระหว่างผมกับเค้าไม่มีอะไรเกิดขึ้นทั้งสิ้น ในเมื่อเค้าไม่คิดจะพูดถึงสิ่งที่เกิดขึ้น ผมก็ไม่คิดจะซักไซ้อะไรให้เกิดการแตกหักที่ผมไม่เคยต้องการ...



ได้แต่ทำตัวให้เป็นเหมือนปกติเช่นทุกที...





"โดนกินไปเท่าไหร่แล้ว?"




ถ้าเป็นเมื่อก่อนผมคงไม่คิดจะถามออกไปแน่ๆ



"เกือบ 5 ร้อยเยน...ไอ้เครื่องซังกระบ๊วยนี่มันต้องเจ๊งแน่!"



เค้าตอบด้วยเสียงที่ไม่ใคร่จะสบอารมณ์ ผมได้แต่นึกขำในคำตอบนั้นเมื่อผมเห็นอยู่หลัดๆว่าเจ้าตัวพึ่งจะหยอดเหรียญลง ไปให้เครื่องซังกระบ๊วยที่ว่านั่น



"......"




"ให้ชั้นลองมั่ง..."




ผมว่าออกไปแบบนั้นก่อนจะเดินเข้าไปหาตู้คีบที่พึ่งจะกินเงินโกคุเทระไปอีกร้อยเยนแล้วหยอดเหรียญลงไป โดยที่มีโกคุเทระยืนมองอยู่ห่างออกไปไม่มากนัก ใช้เวลาไม่นานเจ้าแมวตัวนั้นก็หล่นลงมาในกล่องรับของ ผมก้มลงหยิบตุ๊กตาหน้าตาประหลาดขึ้นมาแล้วส่งมันให้โกคุเทระ



"ชั้นเองก็เก่งเหมือนกันนะเนี่ย"



ผมพูดพลางหัวเราะเบาๆ โกคุเทระขมวดคิ้วเข้าหากันก่อนจะคว้าเอาตุ๊กตาที่ผมยื่นให้ไว้



"แค่ฟลุ๊คหรอกว่ะ...อย่าได้ใจนักเลย"



"ฮะฮะฮะ.."




"......."





"........"





.







.








"....ขอบใจ"





ถ้อยคำที่ทำให้ผมสะดุดลมหายใจไปชั่วขณะ โกคุเทระเม้มริมฝีปากก่อนจะพึมพำออกมาประมาณว่าหิวแล้ว แล้วจึงเดินลิ่วๆออกจากร้าน ให้ผมที่ปรับอารมณ์ตามไม่ทันได้แต่ก้าวไวๆตามไปเท่านั้น รู้สึกไปเองหรือเปล่าก็ไม่ค่อยแน่ใจแต่เหมือนเค้ากำลังเดินหนีผมมากกว่า




"นี่!...เดี๋ยวสิโกคุเทระ...."




"........"




กลายเป็นว่าจากที่ก้าวไวๆกลายเป็นผมต้องกึ่งเดินกึ่งวิ่งตามเค้าแทน แล้วเหมือนจะรู้สึกตัวโกคุเทระถึงได้เปลี่ยนจากเดินไวๆให้ผมตามแทบไม่ทัน กลายเป็นวิ่งให้ผมตามไม่ทันขึ้นมาจริงๆ ผมเบิกตากว้างก่อนจะเร่งฝีเท้าตามไป ย่านการค้าที่เต็มไปด้วยผู้คนแบบนี้ทำให้การไล่ตามเป็นไปได้ยาก เรือนผมสีเงินสะดุดตาที่เห็นอยู่ไกลๆเรียกให้ผมยิ่งเร่งฝีเท้าทว่าด้วยความ เร่งรีบนั้นทำให้ผมชนเข้ากับผู้หญิงคนหนึ่งเข้าอย่างจัง!





โครม!





ถุงเสื้อผ้าแบรนเนมที่อีกฝ่ายหอบหิ้วมาด้วยหล่นกระจายเต็มพื้นไม่ต่างจากเสื้อผ้าในถุง และผมกับเธอที่ลงไปกองหมดท่า เห็นดังนั้นผมจึงลุกขึ้นอย่างรวดเร็วแล้วตรงเข้าไปขอโทษขอโพยเธอคนนั้นพลาง ช่วยเก็บของที่กระจายอยู่บนพื้น ดูท่าทางเธอจะเจ็บไม่น้อยนอกจากนี้เธอยังดูหงุดหงิดอีกด้วย แน่ล่ะ...ก็เสื้อผ้าแบรนเนมตัวใหม่เอี่ยมที่ควรจะตรงไปเก็บอยู่ในตู้เสื้อ ผ้าอย่างดี กลับกองกระจายเป็นหย่อมเหมือนผ้าขี้ริ้วหมดราคาแบบนั้น ผมได้แต่ก้มหัวขอโทษขอโพยเธอสองสามครั้งก่อนจะขอตัวจากมา......ดูจะเป็นการ กระทำที่ไร้ความรับผิดชอบอยู่บ้างแต่ตอนนี้ผมมีเรื่องให้ต้องสนใจมากกว่า นั้น.....



เค้าหายตัวไปแล้ว.........





ผมได้แต่ถอนหายใจเฮือก กวาดตามองฝูงชนมากหน้าที่เดินสวนกันไปมาไม่คุ้นหน้าค่าตาสักนิด ก่อนจะคว้าเอาโทรศัพท์มือถือในกระเป๋ากางเกงขึ้นมา กดต่อสายไปยังเบอร์โทรศัพท์ที่ผมเคยลังเลที่จะติดต่อ เสียงสัญญาณดังขึ้นซ้ำๆสม่ำเสมอก่อนจะถูกตัดสายทิ้งไปดังคาดให้ผมได้ถอน หายใจออกมาอีกเฮือก ก่อนที่ความเหน็ดเหนื่อยจากการไล่ตามจะถูกลบล้างจนหมดสิ้น เมื่อมองเห็นภาพของคนที่ยืนอยู่หน้าแม็คที่อีกฝั่งฟากของท้องถนนที่ผู้คน ก้าวข้ามผ่านอย่างเร่งรีบ.... โดยที่มีตุ๊กตาแมวในมือเป็นเครื่องยืนยัน



ให้ผมได้แต่คลี่ยิ้มออกมากว้างๆ
ในขณะที่เจ้าตัวที่อยู่ฝั่งตรงข้ามขมวดคิ้วมองตรงมาพลางทำปากขมุบขมิบ



เดาได้ไม่ยากว่าคงกำลังต่อว่าผมอยู่...










ทีนี้คุณพอตอบผมได้บ้างแล้วหรือยัง...



ว่ามีใครน่ารักได้เท่าเค้าบ้าง....?











TBC




Comment

Comment:

Tweet