[KHR] L I E S -06-

posted on 11 Jun 2010 10:07 by sugarpott in FanFiction
เสียงระเบิดดังกึกก้อง บานกระจกบนอาคารเรียนชั้นสองแตกกระจาย ภาพจากจอมอนิเตอร์ถูกตัดขาดพร้อมๆกับหัวใจของผมที่บีบรัดเข้าหากันจนปวดไป ทั้งอก ขาทั้งสองข้างพร้อมจะดีดตัวออกจากจุดที่ยืนอยู่ แต่ก่อนที่จะได้ทำเช่นนั้นก็ปรากฎร่างของคนไม่รักตัวกลัวตายอย่างโกคุเทระ ที่ก้าวเชื่องช้าออกจากอาคารทื่แทบไม่เหลือเค้าสภาพอย่างทุลักทุเล ..........



คราบเลือดเกรอะกรังรอบบาดลึกเป็นริ้วยาวของมีดและเส้นเอ็น รอยพกช้ำและบาดแผลจากสะเก็ดของระเบิดเวลา ภาพทั้งหมดนั้นทำให้ผมกำหมัดแน่น..... ทั้งๆที่รู้ว่ามันคือการต่อสู้ของเค้า ผมไม่มีสิทธิ์เข้าไปยุ่งเกี่ยวหรือก้าวก่าย แต่ถึงกระนั้นตัวผมก็ยังกล่าวโทษตัวเองอยู่ในใจเงียบๆ




ผมก้มลงมองสองมือของตัวเอง





ผมรู้.......








มันว่างเปล่า........







กำลังที่มีในตอนนี้ไม่มากพอที่จะปกป้อง
ไม่ได้เก่งกล้ามากพอที่จะสามารถรับผิดชอบชีวิตของใครได้










ผมในตอนนี้เป็นได้แค่.......






...........






..









..เด็กม.ต้น......






















L I E S -06-






















ความตาย....





เป็นครั้งแรกที่ผมได้สัมผัสมัน.....เกิดขึ้นอย่างรวดเร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ฉลามขาวพุ่งตัวผ่านผิวน้ำ....... คมเขี้ยวขนาดใหญ่กระชากร่างของผู้พ่ายแพ้ลงสู่ห้วงกระแสที่เชี่ยวกราด ปรากฎรอยเลือดจืดจางบนผิวน้ำมองดูน่าสะอิดสะเอียน


สองมือที่เคยกระชับอยู่บนด้ามคันตานะของผมสั่นสะท้าน แว่วเสียงหัวเราะลั่นกังวาลของแซนซัส ผมรู้สึกว่ามันฟังดูน่าขนลุกราวกับเสียงของมัจจุราช.... ชัยชนะที่แลกมาด้วยชีวิต.....





ผมทำอะไรลงไป...?


ผมพึ่งจะฆ่าคน?




ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่าถูกพาออกมาจากสถานที่ประลองตั้งแต่เมื่อไหร่? ...ได้ยินเสียงผู้คนฟังดูวุ่นวาย สิ่งที่ผมมองเห็นคือชายชกรรในชุดสูทสีดำมากมายจนรู้สึกเหมือนถูกพวกเขาล้อม เอาไว้ จากมุมที่ผมมองคาดว่าตัวเองคงอยู่ในท่านอน ไม่มีการร้องห้ามปรามจากบรรดาพรรพวกจนผมเชื่อว่าพวกชายชุดดำเหล่านี้จะเป็น มิตร ....หนึ่งในนั้นมีคนที่ผมจำได้ว่าเป็นคนสนิทของพี่ชายผมทองเจ้าของฉายาม้า พยศ


เตียงที่ผมนอนถูกเข็นออกไปจากบริเวณโรงเรียนขึ้นไปยังรถตู้ที่เตรียมเอาไว้ ผมเห็นสึนะวิ่งตามขนาบมาด้านข้าง สีหน้าของเค้าดูเป็นกังวล เพื่อนของผมพูดอะไรบางอย่างกับคุณดีโน่ซึ่งผมจับใจความไม่ได้ แรงกระแทกจากขาเตียงกับรถจนกระเทือนไปทั้งหัว ให้สติที่หลงเหลือเพียงน้อยนิดของผมพร่าเลือน


ผมใช้สติและเรี่ยวแรงเฮือกสุดท้ายที่มียกตัวขึ้นมองหาโกคุเทระที่ไม่ได้วิ่งตามสึนะมาอย่างเคย เจ้าของเรือนผมสีเงินที่ผมมองหายืนอยู่ไกลๆ ใบหน้าของเขาเบือนไปอีกทางราวกับไม่ได้จ้องมองมาทางผมอยู่แล้วตั้งแต่ต้น




ผมรับรู้เพียงแค่นั้นก่อนทุกอย่างจะดับวูบ........




.................................



............



...



เสียงออดดังขึ้นในตอนสายๆ  ที่บ้านไม่มีใครอยู่.....ผมรับรู้โดยสัญชาตญาณ พยายามยันตัวขึ้นจากที่นอน รู้สึกปวดแปลบบริเวณแผลที่ท้องจนระลึกได้ว่าเกิดอะไรขึ้นกับตัวเอง ถึงกระนั้นก็ยังลากสังขารไปเปิดประตูให้กับแขกที่ผมไม่อาจคาดเดาได้ว่าจะ เป็นใคร


เสียงออดที่ดังสม่ำเสมอ ไม่เร่งเร้าจนน่ารำคาญแม้จะกินเวลานานโขกว่าผมจะไปถึงประตู.... ผมนึกชื่นชมกับความอดทนของคนรออยู่ในใจ และเมื่อบานประตูบ้านเลื่อนเปิดออกจากกัน สมองของผมก็ราวกับจะหยุดทำงาน.....



ร่างของใครที่ผมต้องการ แต่ไม่คาดหวังว่าจะเจอยืนอยู่ตรงหน้าในชุดลำลองอย่างที่ชอบสวมใส่ประจำทุกที มือทั้งสองข้างล้วงอยู่ในกระเป๋ากางเกง ขณะที่ใบหน้าประดับพลาสเตอร์ และร่องรอยพกช้ำจางๆนั้นหลุบต่ำเสไปอีกทาง ถึงกระนั้นก็ยังสามารถมองเห็นได้อย่างชัดเจน.....


ถึงสีระเรื่อที่ระบายอยู่บนโหนกแก้ม...




แสงอาทิตย์อาบไล้ลงบนเรือนผมสีเงินสว่างเสียจนผมนึกว่าเป็นภาพฝัน ก่อนที่กระแสเสียงที่ดุดันจะกระชากผมกลับสู่โลกของความเป็นจริง







"จะยืนทื่ออยู่แบบนั้นอีกนานไหมวะ?!"




"หา?....อ๋อ...เออ....เข้ามาก่อนสิ"




.




.




"พอดีตอนนี้ไม่เหลืออะไรเลยล่ะ..มีแต่ชา นายพอจะดื่มได้ไหม?"


ผมเอ่ยถามพลางเดินเข้าไปในส่วนหลังที่เป็นห้องครัว ที่ใช้สำหรับกิจกรรมภายในบ้าน ได้ยินเสียฝีเท้าที่ก้าวตามมาในทีแรกหยุดลงให้ผมอดไม่ได้ที่จะหันกลับไปมอง แล้วก็ได้เห็นโกคุเทระชักสีหน้าจ้องมองตอบมาราวกับไม่พอใจ...



"ทำอะไรของแก?"



"ก็...เครื่องดื่ม..."



"ชั้นหมายถึง...แกเป็นคนป่วยไม่ใช่หรือไง?!"



น้ำเสียงที่กระชากอย่างไม่น่าฟังในตอนท้ายถูกลบล้างด้วยท่าทางของเค้า แม้จะเอ่ยออกมาแบบนั้นแต่ก็เหมือนทำลงไปโดยไม่ทันได้คิด เช่นนั้นเมื่อรู้สึกตัวจึงมีอาการกึ่งคนสับสนในตัวเอง


เค้าจะรู้ตัวไหมนะ......ว่ามันน่ามองแค่ไหน?








"ชั้นไม่ได้เป็นอะไรมากสักหน่อย"



ผมเอ่ยเจือเสียงหัวเราะจางๆตามที่รู้สึกจริงๆ พยายามอย่างยิ่งที่จะไม่เอื้อมมือไปแตะต้องเค้า

.....ผมรู้ว่ามันจะเกิดอะไรขึ้น......




"............."




"......."






"ถ้าอย่างนั้นทำไมถึงขาดเรียน?"




คำถามที่มาพร้อมกับกระแสบางอย่างที่ทำให้ผมนิ่งงัน น้ำเสียงอ่อนลง เช่นเดียวกับนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้น ริมฝีปากสีอ่อนเม้มเข้าหากัน... พร้อมๆกับตัวผมที่ได้ยินเสียงบางอย่างขาดสะบั้นลง....



"........"





"ตั้งแต่วันนั้นแล้ว...แกเป็นอ..!!!?"




ผมคว้าแขนของเค้าก่อนจะดึงเข้าสู่อ้อมกอด แม้แรงปะทะบนอกจะทำให้เจ็บจนนิ่วหน้าแต่มันก็ไม่น่าสนใจเท่าตัวเค้าในตอน นี้.... ได้ยินเสียงของหัวใจที่เต้นแรงผิดจังหวะที่ไม่รู้ว่าเป็นของใคร ไร้ปฏิกิริยาโต้ตอบที่รุนแรงจากโกคุเทระ เค้ายืนนิ่ง....ตัวสั่นน้อยๆราวกับทำอะไรไม่ถูก


ผมกระชับอ้อมกอดให้เข้าที่...ให้แน่ใจว่ามันจะไม่โอบรัดเสียจนอีกฝ่ายรู้สึกอึดอัด ก่อนจะวางหน้าผากลงบนลาดไหล่ที่ไม่ได้บอบบางเฉกเช่นหญิงสาว.... ผมไม่เคยคิดว่าเค้าเหมือนผู้หญิง... ไม่เคยต้องการให้อ่อนหวานมากไปกว่านี้....




แค่ตัวเค้าที่เป็นเค้า........

คนที่ทำให้ผมตกหลุมรักซ้ำแล้วซ้ำเล่า......







"ย...ยามาโมโตะ.."



น้ำเสียงที่เอ่ยเรียกชื่อผมฟังดูสับสน ร่างที่ขยับน้อยๆในอ้อมกอด ...ผมปล่อยมือออกโดยไม่ต้องรอให้เค้าขืนตัวให้เสียเวลาสักนิด ผมได้เพียงขยับยิ้มตอบสายตาที่จ้องมองตรงมาเฉกเช่นทุกครั้ง.....








"ขึ้นไปรอข้างบนเถอะ....ไว้ชงเสร็จจะยกขึ้นไปให้"




..............................



...............



...



ภายในห้องสี่เหลี่ยมห้องเดิมของผมที่ไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลง จะมีก็เพียงแค่โกคุเทระที่เพิ่มเข้ามา... พวกเราหลีกเลี่ยงที่จะเอ่ยถึงสิ่งที่เกิดขึ้น และผมเอง...พยายามทิ้งระยะห่างระหว่างกันเอาไว้ให้มากที่สุด บรรยากาศเริ่มผ่อนคลายลงเมื่อผมเริ่มเปิดประเด็นถึงเรื่องสัพเพเหระทั่วไป จนสุดท้ายแล้วอาการประหม่าของพวกเราก็จางหายไป...


จากที่ตกลงกันว่าจะดวลเกมกันสักตา แล้วค่อยออกไปหาอะไรกินกัน กลายเป็นว่าผมต้องติดแหง็กอยู่กับบ้านพร้อมหนังสือเรียนที่โกคุเทระค้นๆออก มากอง ผมแอบตกใจอยู่เหมือนกันเมื่อพึ่งค้นพบว่า... พวกผมใช้หนังสือเรียนมากมายถึงเพียงนี้เชียว?


"ไม่เคยแตะเลยสิแก?"


คำถามที่ยิงมาพร้อมกันนัยน์ตาสีมรกตที่มองปราดอย่างระอา ให้ผมทำได้แค่หัวเราะแห้งสนิท


"เคยสิ..."


"ชั้นหมายถึงหยิบออกมาทำอะไร..นายฉลาดพอจะเข้าใจอย่าให้ชั้นถามซ้ำซาก"


ผมเลิกพยายามแก้ตัวให้ตัวเองถูกเค้าด่า แล้วยอมมานั่งจดๆจ้องๆกับหนังสือเลขที่สุดแสนจะน่าปวดหัวนี่มาได้พักใหญ่ๆ ส่วนโกคุเทระก็นั่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ปากก็พูดปาวๆเรื่องสูตรและสมการต่างๆที่ผมไม่ค่อยจะเข้าใจ


เสียงของโกคุเทระที่ดังอยู่ในทีแรกค่อยๆแผ่วลงจนกลายเป็นเงียบสนิท ความผิดปกติที่ทำให้ผมละสายตาจากหนังสือไปเป็นครั้งแรกทั้งที่มีเค้านั่ง อยู่ใกล้ๆ นัยน์ตาคู่นั้นหลุบลงต่ำจนมองดูไม่เหมือนตัวเค้าที่ผมเคยรู้จัก และก่อนที่ผมจะได้ถามอะไรออกไปเสียงของโกคุเทระก็ดังสวนขึ้นมา




"มันไม่ใช่ความผิดของแก..."



"หา..?"




"เรื่องเมื่อคืน.....มันไม่ใช่ความผิดของแก...."



โกคุเทระว่าอย่างนั้นก่อนจะเงียบลงไปอีก ริมฝีปากของเค้าเม้มเข้าหากันจนเกือบจะเป็นเส้นตรง หัวคิ้วขมวดเข้าหากันแน่นกระนั้นสายตาของเขายัคงจับต่ำอยู่เช่นเดิม นั่นทำให้ผมรู้ได้ในทันที......



เค้ามาด้วยเรื่องนี้.....




ทั้งที่มันหนักหนา... แต่ทว่าในเวลานี้ความรู้สึกนั้นกลับเจือจางลงจนแทบไม่รู้สึกถึงน้ำหนักที่กด ทับให้อึดอัดจนแทบหายใจไม่ออก ผมขยับยิ้มก่อนจะเอื้อมไปดันตรงหว่างคิ้วเค้าขึ้น เป็นผลให้ใบหน้าของเค้าเงยขึ้นจากที่เป็นอยู่




"รู้แล้ว....นายต่างหาก...เลิกทำหน้าเครียดแทนชั้นได้แล้ว"



เค้าอ้าปากเหมือนจะต่อว่าพอดีกับที่ผมละมือจากหว่างคิ้วลงมาที่ข้างแก้ม ไล้เบาๆบนแผ่นพลาสเตอร์ นัยน์ตาสีผมรกตคู่นั้นเบิกกว้างขึ้นเล็กน้อย ไม่มีคำพูดใดหลุดออกมาและที่น่าแปลกกว่านั้นคือเค้าที่ยอมนั่งนิ่งให้ผมทำ แบบนี้




"นาย....ก็จะไม่หยุดแค่ใช่ไหม?...การเล่นเป็นมาเฟียน่ะ"





"..........."





"..อืม...."




ไม่มีความลังเลอยู่ในดวงตาคู่นั้นเลยแม้แต่น้อย.....

คำตอบรับที่สามารถคาดเดาได้ไม่ยากเย็นทำให้ผมขยับยิ้มขึ้นอีกครั้ง










"ชั้นก็ 'ไม่' เหมือนกัน"









ราวกับมองเห็นร่องรอยของความยินดีที่สั่นไหวอยู่ในดวงตาคู่นั้น ผมค่อยละมือออกมาก่อนจะถูกคว้าเอาไว้ด้วยมือของเค้า ริมฝีปากสีอ่อนระเรื่อเม้มลงอีกครั้งปั้นสีหน้าหน้ายุ่งยากให้ผมขมวดคิ้วตาม



"ทำไม.....แกถึงทำแบบนั้น?"



"?"




"ที่จู่ๆก็ดึงชั้น....เข้าไปกอด"




แล้วมาอยากรู้ทำไมตอนนี้!!?


ผมเริ่มจะทำหน้าไม่ถูก แล้วไหนจะมือที่ถูกยึดเอาไว้แบบนั้นจะลุกหนีไปไหนก็ไม่ได้ ผมได้แต่กรอกตามองเพดานก่อนจะลามปามไปถึงบริเวณรอบๆ แล้วสุดท้ายก็มาหยุดที่ใบหน้าเดิมที่ชัดมีอิทธิพลต่อตัวผมมากขึ้นทุกที ....... ผมถอนหายใจเฮือกก่อนจะชักรอยยิ้มขึ้นมาใช้อีกครั้ง



"ไม่มีอะไรหรอกน่า..."



"ยามาโมโตะ"


เรียกชื่อซะเสียงเหี้ยมทีเดียว... แรงที่เพิ่มมากขึ้นไม่ได้สร้างอุปสรรคถ้าผมจะดึงมันกลับมาจริงๆ แต่ถ้าทำแบบนั้นอะไรๆก็มีแต่จะแย่ลงไปอีก จะตอบหรือไม่ตอบค่าก็มีเท่ากัน......


ผมได้แต่ถอนหายใจออกมา อีกครั้งกับการตัดสินใจของตัวเอง ก่อนจะมองสบเข้ากับดวงตาของเค้าตรงๆเป็นครั้งแรก มือที่ถูกยึดไว้ข้างแก้มผมไม่ได้ออกแรงชักกลับแต่เลื่อนเข้าใกล้ทำให้แรงที่ กระชับอยู่นั้นผ่อนลงจนเป็นเพียงแค่การแตะสัมผัส.... เช่นเดียวกับปลายนิ้วของผมที่แตะลงบนมุมปากที่ยังหลงเหลือรอยช้ำจางๆ โกคุเทระสะดุ้งน้อยๆกับการกระทำของผมแต่ไม่ได้ต่อว่าอะไรออกมา....




"อยากรู้จริงๆหรอ?"




"...ก็....อ....เออสิ"




เค้า หลบตาและอาจไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเกิดอะไรขึ้นบนใบหน้าของตัวเอง สีแดงระเรื่อบนโหนกแก้มและริมฝีปากที่มีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาดค่อยๆดึง ให้ผมโน้มใบหน้าเข้าใกล้ จนลมหายใจอุ่นของเค้าปะทะแผ่วเบาเหนือริมฝีปาก.............



ถ้วยชาถูกที้งไว้จนเย็นชืด...
หน้าหนังสือคณิตศาสตร์เปิดค้างเอาไว้...



ภายในห้องเงียบสนิทจนได้ยินเพียงแค่เสียงของนาฬิกา


และในวินาทีต่อมา.......









ริมฝีปากของเราก็สัมผัสกัน......








- - - TBC - - -



Comment

Comment:

Tweet